<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>kakazz</title>
	<link>http://www.kakazz.com/blog</link>
	<description>บล๊อคของกั๋ก</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Sep 2010 17:31:02 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0.1" -->

	<item>
		<title>112 &#124; Burma สัมผัสพม่าด้วยปลายจมูก</title>
		<description><![CDATA[เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีโอกาสเดินทางไปพม่า เหตุการณ์ตลอดการเดินทางมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดเวลา เรารู้สึกดีใจที่มีเพื่อนร่วมเดินทางดี ชาวบ้านและผู้คนในเมืองต่างๆที่คอยต้อนรับจนแทบจะเอาพรมแดงปูเดิน ...จากประสบการณ์ดีๆและแนวคิดใหม่ๆที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้จะไม่มีวันลืม การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆที่ผ่านๆมา เริ่มต้นจากประโยคสนทนาผ่านทางโปรแกรมแชทเพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษร ก่อนการเดินทางล่วงหน้าเพียงแค่สามเดือนด้วยโปรโมชั่น 0 บาทของแอร์เอียเชียที่นั่งลุ้นจนตัวโก่งด้วยราคาไปกลับย่างกุ้งคนละ 1600 บาทโดยประมาณ จากประโยคบอกเล่าต่างๆนาๆ ทั้งดีและไม่ดี เริ่มสะสมและวนเวียนไปมาอยู่ในหัว หลังจากที่ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเอาจริงๆแล้ว " พม่า " ก็เป็นอีกชื่อสั้นๆที่หลายๆคนอาจจะเกิดความกลัวและเตือนด้วยความหวังดีถึงภัยอันตรายต่างๆนาๆ ซึ่งไม่ต่างจากเราถ้าหากมีคนรู้จักหรือใครสักคนที่กำลังเดินทางไปประเทศแห่งนี้ แต่ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรผมก็ยังเชื่อคำพูดสั้นๆของ Tony wheeler ที่ส่งเสียงผ่านระบบสัญญาณดิจิตอลทางช่อง National Geographic ของ Turevision ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วยความบังเอิญก่อนการเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ว่า " เราจะไม่สามารถเขียนเรื่องนั้นได้เลย ถ้าสิ่งนั้นไม่ติดอยู่ที่ปลายจมูก " (ขอรวบรัดตัดตอนเป็นข้อๆแทนการเขียนแบบบรรยาย) วันที่ 24 มิถุนายน 2553 เริ่มประชุมผ่านทางอีเมลเกี่ยวกับ สถานที่น่าสนใจ เส้นทางการเดินทางแบบคร่าวๆในรูปแบบต่างๆ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 เริ่มมีการประชุมสรุปแผนการเดินทางผ่าน google doc ก่อนการเดินทางเพียงไม่กี่วัน วันที่ 12 สิงหาคม 2553 [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/02/burma/</link>
			</item>
	<item>
		<title>111 &#124; Kodak EIR</title>
		<description><![CDATA[คิดว่าจะตั้งชื่อหัวแบบอะไรที่มันสุดๆ แต่ท้ายสุดก็ยังหาคำเปรียบเปรยที่ถูกใจไม่ได้เสียที จะว่าไปแล้วต้นเหตุของการได้ภาพชุดนี้เกิดจากบทสนทนาเมื่อสองปีที่แล้ว กับพี่คนหนึ่งในเว็บบอร์ดโลโมกันแบบลับๆ ได้ใจความว่า ฟิล์ม infrared ไม่ได้มีเพียงแค่ขาวดำเท่านั้นแต่ยังมีแบบที่เป็นสีด้วย หรืออีกอย่างที่เรียกว่า EIR (ตัว E ที่ว่าผมไม่ทราบว่าย่อมาจากอะไร) ปัจจุบันฟิล์มตัวนี้มีทั้งขนาด 120mm และ 135mm แต่ได้เลิกผลิตไปแล้ว จะว่าไปแล้วฟิล์มตัวนี้เมื่อก่อน เค้าว่ากันว่ามีเอาไว้สำหรับสำรวจทรัพยากรณ์และสิ่งมีชีวิตในป่า (ถ้าไม่ใช่ค้านได้นะครับ) เพราะเวลาถ่ายโดยไม่ใช้ filter แล้ว เวลาล้างออกมาไม่ว่าใบไม้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสีเขียว จะเปลี่ยนกลายเป็นสีขาวหลังจากสิ้นสุดกระบวนการการล้างในห้องมืดเสร็จสิ้น หลังจากจบบทสนทนาอันยืดยาวแต่ย่อให้สั้นลง ผมก็เริ่มหาข้อมูลต่างๆนาๆจากเว็บไซน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการถ่ายจนถึงแหล่งขายก็พบว่ายังมีขายอยู่ แต่คาดว่าเหลือไม่มากนัก ( ณ ปัจจุบัน เหลืออยู่เจ้าเดียว) ส่วนวิธีการถ่ายนั้นไม่ยากครับแต่ก็เขียนยาวเหมือนกัน ถ้าสนใจสามารถถามหลังไมค์ได้ครับ ; P My Flickr Album : Flickr ปล. กล้องดิจิตอลก็ทำได้นะ : How to make Digital Infrared]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/27/kodak-eir/</link>
			</item>
	<item>
		<title>110 &#124; Amphawa ด้วยตาเปล่า</title>
		<description><![CDATA[อีกครั้ง... กับการที่จะไปไหนแบบปุบปับ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น เพราะอยากจะเดินทางไปอัมพวาด้วยรถไฟฟรีของรัฐบาลแบบชิลๆสักวันนึง การเตรียมตัวแทบไม่ได้วางแผนอะไรกันเลยนอกจากตารางเวลารถไฟที่ไม่ควรจะล่าช้าแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าพลาดอาจจะถึงขั้นนั่งหง่อยรอรถไฟรอบต่อไปก็ว่าได้ ว่าแล้วก็เริ่มเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีวงเวียนใหญ่ตอนเวลา 8.30 น. และก้าวลงเดินที่สถานีมหาชัยตรงตามเวลาอย่างเหลือเชื่อ หลังจากที่รถไฟได้จอดเทียบสถานี พวกเราแทบจะไม่มีเวลาที่จะสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะด้วย ณ เวลานี้รู้แต่เพียงว่าต้องรีบย่ำเท้าเพื่อที่จะไปให้ทันขบวนรถไฟ บ้านแหลม - แม่กลอง ที่ตั้งอยู่อีกฟากของแม่น้ำด้วยเวลาที่เหลืออันน้อยนิด **Note ถ้าหันหน้าเข้าหาท่าเรือมหาชัย ท่าเรือจะมีสองท่า ท่าทางฝั่งซ้ายค่าโดยสาร 5 บาท จะข้ามฟากไปยังสถานีรถไฟบ้านแหลมโดยตรง ส่วนทางขวาไปทางไหนไม่แน่ใจ ค่าโดยสาร 3 บาท และเมื่อข้ามฟากไปแล้วจะต้องนั่งรถรับจ้างไปสถานีรถไฟบ้านแหลม ซึ่งระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร (ชาวบ้านบอกมา) ป้าคนนี้บอกว่านั่งรถไฟไปเที่ยวร่มหุบคนเดียวมาแล้วสองครั้ง พวกเรามาถึงสถานีตอนเวลา 9.50 น. ก่อนการเดินทางจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงรถไฟเทียบชานชาลาพร้อมกับตั๋วรถไฟฟรีที่อยู่กับมือ นาเกลือ ไม่นานนักก็ถึงตลาดร่มหุบ ตลาดเสี่ยงตายที่เค้าล่ำลือกัน กั๊ก : " รถไฟจะมาถึงแค่ไหนครับ " ป้า : " ก็ถึงตรงที่ยืนอยู่น่ะล่ะ ที่ยืนอยู่ก็ไม่รอด ! " [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/16/amphawa/</link>
			</item>
	<item>
		<title>109 &#124; 3 Day ago</title>
		<description><![CDATA[เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปยังสถานที่ที่เกิดเหตุตรงบริเวณถนนราชประสงค์ และสยามสแควร์ ผมคงไม่ขอพูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอความร่วมมือ งดแสดงความคิดเห็นทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น ...ขอบคุณครับ สามารถชมรูปภาพอื่นๆได้ใน flickr ครับ]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/01/3-day-ago-crackdown-in-bangkok-thailand/</link>
			</item>
	<item>
		<title>108 &#124; Vietnam Again ตอนที่ 1</title>
		<description><![CDATA[วันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 การเดินทางครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากกลับมาจากลาวได้ไม่กี่วัน ด้วยเหตุความบังเอิญที่ไม่รู้ว่าไปคุยกับรุ่นพี่ยังไง (ลืมน่ะล่ะ) จึงเลยเถิด เกิดเป็นทริปนี้ขึ้นมาได้ และสุดท้ายตกลงปลงใจซื้อตั๋วเครื่องบินในราคาโปรโมชั่นศูนย์บาทของแอร์เอเชียไปอย่างหน้ามืดตามัว ด้วยราคาที่แพงกว่าวันแรกถึง 400 บาท จากราคาปกติ 2400 บาท โดยประมาณ วันที่ 24 เมษายน 2553 เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ด้วยสถานะการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยสู้ดีมากนัก ทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนขึ้นๆลงๆเหมือนคลื่นทะเลช่วงพายุเข้า จนเป็นเหตุทำให้ต้องรีบตัดสินใจแลกเงินก่อนวันเดินทางเกือบหนึ่งสัปดาห์ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.40 : 1 usd วันที่ 29 เมษายน 2553 จัดกระเป๋าเช็คพยากรณ์อากาศ และจดข้อมูลทั้งหมดก่อนเดินทาง วันที่ 30 เมษายน 2553 วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติเป็นพิเศษเพราะต้องรีบไปเช็คอินที่สนามบินให้ทันก่อนเวลา 6 โมงเช้า ระหว่างทางตั้งแต่ออกจากบ้านจนไปถึงสนามบินมีเรื่องราวให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่ขอพูดถึงแล้วกัน ; p ในที่สุดก็มาถึงสนามบินนอยไบตอนเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง ภารกิจต่อไปคือรีบจัดการแลกเงินและเดินทางไปยังสถานนีรถไฟด้วย Taxi ด้วยราคาเหมาที่ 190000 vnd [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/05/24/vietnam-again-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>107 &#124; Vietnam Again (intro)</title>
		<description><![CDATA[หลังจากกลับจากเวียดนามมาได้เกือบหนึ่งเดือน ก็หาช่วงเวลาดีๆมานั่งเขียนประสบการณ์จากการไปเที่ยวเวียดนามครั้งที่สองได้เสียที ทั้งที่จริงๆแล้วผมเองก็ยังไม่ได้เขียนเล่าประสบการณ์การเดินทางจากครั้งแรก ผมเลยจะขอรวบยอดในลักษณะคำแนะนำบวกกับรูปภาพและข้อมูลการเดินทางที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะแบคแพคกิ้งท่านอื่นๆที่กำลังเตรีียมตัวจะเดินทาง การเดินทางไปเวียดนามครั้งแรกเมื่อสองปีที่แล้ว ผมเดินทางด้วยสายการบิน Air France (Boeing 747) ด้วยวิธีการจองล่วงหน้าก่อนการเดินทางแค่ 3 วันในราคาประมาณ 6000 บาท สำหรับไปกลับต่อคน ด้วยเหตุผลที่ว่า ณ เวลาที่อยากไปตอนนั้นไม่มีสายการบินไหนที่จะถูกไปกว่านี้แล้ว ส่วนการเดินทางครั้งที่สองเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเดินทางด้วย Air Asia (Boeing 737) ที่จองล่วงหน้ากันครึ่งปีด้วยโปรโมชั่นที่นั่งศูนย์บาท แต่ผมจองช้าไปหนึ่งวันเลยได้ราคาที่ 2900 บาท สำหรับไปกลับต่อคน ด้วยราคาที่ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้นคุณภาพกับความพึ่งพอใจจึงต้องต่างกัน แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเพราะสุดท้ายต่างก็ไปถึงเป้าหมายพร้อมกันอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก การแลกเงิน สิ่งแรกที่จะชี้ให้เห็นชัดๆ คือเรื่องการแลกเงิน จากที่ผมได้หาข้อมูลและอ่านบทความตามเว็บไซน์ต่างๆได้แบ่งออกเป็นสองข้อใหญ่ๆคือ 1. ให้แลกเป็นเงิน usd ก่อนแล้วค่อยไปแลก vnd ที่สนามบิน 2. เอาเงินไทยไปแลกที่สนามบินนอยไบเลย ผมจะขอสรุปว่าการนำ usd ไปแลก vnd ที่เวียดนามจะได้เรทที่ดีกว่าเพราะว่า ที่นั่นโดยส่วนใหญ่ไม่รับเงินไทย และส่วนน้อย(มาก)ยอมรับแลกเงินไทย ซึ่งเท่าที่เจอมามีแค่บริษัทเดียวในสนามบินนอยไบที่รับเงินไทยด้วยเรทที่ 1 : [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/05/23/vietnam-intro/</link>
			</item>
	<item>
		<title>106 &#124; Laos ตอนที่ 2</title>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ดองมานานเกือบๆครึ่งปี ก็เริ่มทยอยเขียนแต่ส่วนใหญ่จะลืมไปบ้างแล้วน่ะสิ ทำไงล่ะทีนี้ - -" วันที่ 6 ตุลาคม 2552 วันนี้ตื่นแต่เช้าด้วยอาการมึนๆเหมื่อยๆแล้วก็หิว เราเลยตัดสินใจกันว่าจะไปหาอะไรกินตรงแถวๆแยกตลาดมืด เดินไปเดินมาก็เจอแบงห์หมี่ในภาษาเวียดนามแต่คนลาวจะเรียกว่าบาเก้ ส่วนหน้าตาก็ละม้ายคล้ายคลึงกัน ในวันนี้ ...เรื่องราคาทำให้เรารู้ว่าบาเก้ราคานักท่องเที่ยวอยู่ที่ 12,000 -15,000 แต่คราวนี้เราดันมั่วแถแบบมึนๆว่าวันก่อนเคยมาซื้อแค่ 8000 เอง ซึ่งเค้าก็โอเคขายให้แบบงงๆ สักพักเพื่อนร่วมเดินทางก็ตามมา เลยลุยกินกันต่อที่ร้าน โจมา ร้านนี้แต่งร้านได้บรรยากาศดีทีเดียวชอบมาก ของก็อร่อยไม่เลวเลยล่ะ ป้ายร้าน โจมา ภาพหน้าร้าน บรรยากาศที่มองออกไปหน้าร้านดีมากๆ วิวหลังร้านก็ไม่เลวเลยล่ะ วิวดีป่ะล่ะ ชอบมาก อยากนั่งนานๆ บรรยากาศหลังร้านชั้นสอง แอบถ่ายพนักงานแต่เบลอซะงั้น สมาชิกผู้ร่วมชะตากรรม (อีกคนเข้าห้องน้ำ) น้ำผักโขม พอกินกันเสร็จก็เดินหารถไปน้ำตกกวางสีที่ห่างจากตัวเมืองไปหลายกิโล (ไปกลับประมาณๆ 50 กิโลเมตร) ส่วนรถรับจ้างก็สามารถหาได้ตรงแยกตลาดมืดเลย มีมากมายหลายคัน แต่ถ้าจะให้ดีให้เข้าไปคุยกับคนขับที่ยืนอยู่คนเดียว เพราะอำนาจการต่อรองจะสูงมาก (ควรหาตอนเช้าๆแล้วค่อยไปหาอะไรกิน) ..หลังจากที่ต่อรองกันอยู่นานก็สรุปว่าต้องจ่ายกันคนละประมาณ 150 บาทสำหรับไปกลับ 7 คน (มีฝรั่งจากออสเตรียอีกสอง) แวะเติมน้ำมันกันก่อน [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/02/27/laos-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>105 &#124; Laos ตอนที่ 1</title>
		<description><![CDATA[วันที่ 2 ตุลาคม 2552 การเดินทางครั้งนี้เกิดจากการคุยกันทางโทรศัพท์ และตัดสินใจก่อนวันจะไปเพียงแค่ 3 วัน วันที่ 3 ตุลาคม 2552 ตื่นเช้ามาด้วยการเกาะติดข่าวพยากรณ์อากาศที่จะมีพายุ ป๋าหม่า กำลังจะเข้าฟิลิปิน และสภาพอากาศที่ เวียงจัน วังเวียง แล้วก็หลวงพระบางเป็นระยะ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจกันว่าจะลองจองตั๋วรถทัวร์ผ่านทาง Thaiticketmajor และตอนเย็นออกไปรับตั๋วที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตอนไปเอาตั๋วมีปัญหามาก ยุ่งยากสุดๆ ตั้งแต่ สั่งซื้อไปแล้ว(จ่ายเงินไปแล้ว) แต่ระบบไม่ขึ้นว่าซื้อ / พิมพ์ตั๋วไม่ได้ / รหัสบัตรไม่ตรง แล้วก็การใช้ visual visa card ของ kasikorn bank ซึ่งตัวเลขของการ์ดเวลาจ่ายไปมันจะไม่ตรงกับบัตร ต้องยืนพูดอยู่ตั้งนานกว่าจะได้ วันที่ 4 ตุลาคม 2552 ตื่นแต่เช้ามาแพคกระเป๋า เช็คของต่างๆให้พร้อมและดูพยากรณ์อาการแล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเหมือนเดิม รูปจาก http://www.se-ed.com ออกเดินทางเพื่อที่จะไปขึ้นรถที่หมอชิตให้ทันก่อน 1ทุ่ม รถมาตามเวลา แต่ออกช้าเหมือนเดิม ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งรถก็ออกจากหมอชิต ซึ่งลักษณะรถค่อนข้างผิดหวังมาก เพราะคิดว่ารถพิเศษ [...]]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2009/10/23/laos-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>104 &#124; Minna no Sukkiri</title>
		<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้เกมดีๆ ภาพไม่จำเป็นต้องสวยมากบวกกับไอเดียดีๆก็หาอะไรกินแบบง่ายๆกันได้แล้วล่ะ อย่างเกมตัวนี้ ชื่อเกม " Minna no Sukkiri " เป็นเกมที่รวมมินิเกมหลายๆเกม อย่างเช่น ทำความสะอาดห้อง ตีเบสบอล จัดชั้นหนังสือ หรือปาเค้ก ซึ่งพอเวลาเล่นไปแล้วแทบจะวางมือไม่ลงเลยล่ะ (เวลาเล่นแล้วจะเหมือนกับพนักงานบริษัทที่อยู่ในตัวโฆษณา) เกมนี้สนนราคาอยู่ที่ 2980เยน หรือประมาณ 1000บาท แล้วนี่ก็เป็นตัวอย่างมินิเกมบางเกมครับ]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2009/10/22/minna-no-sukkiri/</link>
			</item>
	<item>
		<title>103 &#124; Wallpaper Lustre and Flame inferno</title>
		<description><![CDATA[อยากได้มานานแล้วล่ะครับสำหรับ wallpaper ของเครื่อง flame inferno กับ lustre ก็เลยเอามาแบ่งๆกัน เผื่อจะมีใครอยากได้บ้าง : D]]></description>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2009/10/14/wallpaper-lustre-flame/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
