<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>kakazz</title>
	<atom:link href="http://www.kakazz.com/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kakazz.com/blog</link>
	<description>บล๊อคของกั๋ก</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 May 2012 18:30:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>123 &#124; 7 Peak</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2012/05/03/khao-jed-yod-phatthalung-trang/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2012/05/03/khao-jed-yod-phatthalung-trang/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 May 2012 18:17:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1720</guid>
		<description><![CDATA[เขาเจ็ดยอด เป็นชื่อนึงที่ผมได้ยินมาจากเพื่อนร่วมงานที่บริษัทที่เคยมีแผนจะไปกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป ภูเขานี้สูงประมาณ 1300 เมตรจากรดับน้ำทะเล และสูงไล่ระดับสลับกับทิวเขาจนเห็นเจ็ดยอด และเมื่ออยู่บนยอดเขาเราสามารถมองเห็นทะเลได้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งถ้าโชคดีได้ไปถูกจังหวะอาจจะได้ชมวิวสวยงามแบบอันซีนเลยก็ว่าได้ ทริปนี้เป็นจอยทริปที่ผมลองหาจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายครับสำหรับการที่จะต้องไปในสถานที่ที่ยากจะเข้าถึงได้ โดยรายละเอียดทริปก็ประมาณนี้ครับ วันที่ 0 นั่งรถจากกรุงเทพตอน 3 ทุ่ม วันที่ 1 รถถึงพัทลุง เข้าทางน้ำตกไพรวัลย์ การเดินทางคือลัดเลาะไปตามลำน้ำ ซึ่งปกติจะมีมอส ปกคลุมเขียวสดตลอดปี วันที่ 2 หลังจากกินอาหารเช้าก็ออกเดินทางต่อไปจุดหมายปลายทางคือ ยอดเขาเจ็ดยอด วันที่ 3 หลังจากทำธุระเสร็จ ก็ต้องเริ่มเดินทางกลับลงด้านตรังซึ่งใกล้กว่า และถึงกรุงเทพประมาณตี 5 ของอีกวัน ซึ่งจริงๆแล้วเขาเจ็ดยอดเท่าที่ผมทราบมามีทางเข้าไปได้หลายเส้นทางมาก แต่เส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ กล่าวคือต้องเดินเท้าเฉลี่ยวันละ 6-7 ชั่วโมง เป็นเวลาสองวันกว่าจะถึงยอด และใช้เวลาอีกประมาณ 5-6 ชั่วโมงในการลงทางจังหวัดตรัง สรุประยะทางโดยประมาณ 30กิโลเมตร(คิดว่านะ ฮ่าๆๆ) ส่วนค่าทริปโดยประมาณอยู่ที่ 3700 บาทต่อคนครับ น้ำตกระหว่างทาง ถึงจะเป็นหน้าร้อน แต่บนเขาในภาคใต้ก็เย็นและหนาวได้ใจ แผนที่จุดเริ่มต้น กับทางออก ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/6800745170/" title="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7205/6800745170_0bf89033df.jpg" width="500" height="332" alt="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand"></a></center></p>
<p>เขาเจ็ดยอด เป็นชื่อนึงที่ผมได้ยินมาจากเพื่อนร่วมงานที่บริษัทที่เคยมีแผนจะไปกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป</p>
<p>ภูเขานี้สูงประมาณ 1300 เมตรจากรดับน้ำทะเล และสูงไล่ระดับสลับกับทิวเขาจนเห็นเจ็ดยอด และเมื่ออยู่บนยอดเขาเราสามารถมองเห็นทะเลได้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งถ้าโชคดีได้ไปถูกจังหวะอาจจะได้ชมวิวสวยงามแบบอันซีนเลยก็ว่าได้</p>
<p><span id="more-1720"></span>ทริปนี้เป็นจอยทริปที่ผมลองหาจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายครับสำหรับการที่จะต้องไปในสถานที่ที่ยากจะเข้าถึงได้ โดยรายละเอียดทริปก็ประมาณนี้ครับ</p>
<p>วันที่ 0 นั่งรถจากกรุงเทพตอน 3 ทุ่ม<br />
วันที่ 1 รถถึงพัทลุง เข้าทางน้ำตกไพรวัลย์ การเดินทางคือลัดเลาะไปตามลำน้ำ ซึ่งปกติจะมีมอส ปกคลุมเขียวสดตลอดปี<br />
วันที่ 2 หลังจากกินอาหารเช้าก็ออกเดินทางต่อไปจุดหมายปลายทางคือ ยอดเขาเจ็ดยอด<br />
วันที่ 3 หลังจากทำธุระเสร็จ ก็ต้องเริ่มเดินทางกลับลงด้านตรังซึ่งใกล้กว่า และถึงกรุงเทพประมาณตี 5 ของอีกวัน</p>
<p>ซึ่งจริงๆแล้วเขาเจ็ดยอดเท่าที่ผมทราบมามีทางเข้าไปได้หลายเส้นทางมาก แต่เส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ กล่าวคือต้องเดินเท้าเฉลี่ยวันละ 6-7 ชั่วโมง เป็นเวลาสองวันกว่าจะถึงยอด และใช้เวลาอีกประมาณ 5-6 ชั่วโมงในการลงทางจังหวัดตรัง สรุประยะทางโดยประมาณ 30กิโลเมตร(คิดว่านะ ฮ่าๆๆ) ส่วนค่าทริปโดยประมาณอยู่ที่ 3700 บาทต่อคนครับ</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/6800561674/" title="Some where - Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7185/6800561674_06925bd5a7.jpg" width="500" height="332" alt="Some where - Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand"></a><br />
น้ำตกระหว่างทาง</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/6802231710/" title="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7065/6802231710_41bac64133.jpg" width="500" height="332" alt="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/6948385815/" title="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7202/6948385815_ab745b85cc.jpg" width="500" height="332" alt="Khao Jed Yod, Phatthalung - Trang, Thailand"></a><br />
ถึงจะเป็นหน้าร้อน แต่บนเขาในภาคใต้ก็เย็นและหนาวได้ใจ</p>
<div  style="text-align: center;"  class="xmlgmdiv" id="xmlgmdiv_2"><iframe class="xmlgm" id="xmlgm_2" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/plugins/xml-google-maps/xmlgooglemaps_show.php?mygooglemapid=2" style="border: 0px; width: 500px; height: 350px;" name="Google_My_Map" frameborder="0"></iframe></div>
<p><a href="http://maps.google.com/maps/ms?msa=0&amp;msid=206283796507798297214.0004b9f4b701a4d3af6d8&amp;ie=UTF8&amp;ll=7.343876,99.905013&amp;spn=0.037849,0.112455&amp;t=m&amp;source=embed" style="color:#0000FF;text-align:left"></a><br />
แผนที่จุดเริ่มต้น กับทางออก</center></p>
<p>ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157629496212803/with/6948385815/" title="Flickr" target="_blank">My Flickr</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2012/05/03/khao-jed-yod-phatthalung-trang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>122 &#124; Kota Kinabalu Summit</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2012/04/30/intro-to-lows-peak-kota-kinabalu-malaysia/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2012/04/30/intro-to-lows-peak-kota-kinabalu-malaysia/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Apr 2012 17:49:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1685</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อประมาณ 2-3ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสดูรายการท่องเที่ยวรายการหนึ่งที่ได้พูดถึงสถานที่สุดยอดในเอเชียและจะต้องไปให้ได้ก่อนตาย ซึ่งหนึ่งในหลายๆตอนนั้น มีตอนนึงที่พูดถึงภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งก้าวแรกเล็กๆของผู้ที่เริ่มสนใจในการปีนเขา ยอดเขานี้มีชื่อว่า Low's Peak ตั้งอยู่ที่อุทยาน Kota kinabalu National Park ของรัฐ Sabah และมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 4,095.2 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจะสูงขึ้นเรื่อยๆเฉลี่ยปีละ 0.5 มิลิเมตร และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นแรงบรรดาลใจให้ผมอยากจะพิชิตยอดเขานี้ให้ได้ สองปีผ่านไปเป็นช่วงเวลาที่เก็บกดและกดดันมากเพราะด้วยการจองที่พักที่แสนจะยากตามคำล่ำลือของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ บางคนบอกว่าให้จองผ่านเว็บไซน์ แต่บางคนก็บอกว่าให้โทรไปถามเพื่อความชัวร์เพราะไม่ว่าจะอีเมลไปถามหรือจองผ่านระบบทางเว็บไซน์ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด แต่จากที่ผมได้ไปมาและสอบถามจากผู้ที่ได้ไปพิชิตยอดเขาแห่งนี้ ส่วนใหญ่บอกว่าได้จองผ่านเว็บไซน์ของอุทยาน หรือ อีเมลสอบถาม หรือโทรมาจองกับอุทยานโดยตรงแทบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ผมสอบถามเท่านั้น ในช่วงก่อนเดินทางผมได้อีเมลสอบถาม และลองทุกวิธีที่สังคมบนโลกออนไลน์ได้เอ่ยถึงว่ายากอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่กลับกัน พนักงานตอบกลับไวและให้ข้อมูลที่ชัดเจนพร้อมทั้งรายละเอียดกลับมา เรื่องที่พักบนยอดเขา เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการพิชิตยอดเขา หรืออาจจะมองว่าเป็นธุรกิจก็ว่าได้ กล่าวคือที่นี่จะมีกฏอยู่ว่าถ้าจะปีนเขาคุณจะต้องสำรองที่พักก่อนถึงจะมีสิทธิ์ปีนเขาได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดและเพียงแค่เดินสำรวจรอบๆอุทยานภายในหนึ่งวันก็ไม่จำเป็นต้องจองที่พักบนยอดเขาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องแพคเกจส่วนใหญ่ทางอุทยานจะบังคับให้ซื้อแบบ 3วัน 2คืน แต่ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ใจดีก็จะยอมให้จองแบบ 2วัน 1คืน โดยคืนแรกถ้าจะให้ดีและไม่รีบจนเกินไปควรมาพักบริเวณรอบนอกอุทยาน ซึ่งไม่ไกล ราคาไม่แพงมากและเราสามารถเดินมายังอุทยานได้ด้วยเท้าเพียง 10-15นาที แต่ส่วนตัวแล้วถ้าซื้อ 3วัน 2คืน ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากและอาหารยังเป็นแบบบุฟเฟ่กินไม่อั้นอีกด้วย แต่ถ้าอยากประหยัดหรืองบน้อยก็ลองเมลไปสอบถามได้ที่คุณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/7084433185/" title="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia" target="_blank"><img src="http://farm6.staticflickr.com/5338/7084433185_e65a76e1fe.jpg" width="500" height="332" alt="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia"></a></center></p>
<p>เมื่อประมาณ 2-3ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสดูรายการท่องเที่ยวรายการหนึ่งที่ได้พูดถึงสถานที่สุดยอดในเอเชียและจะต้องไปให้ได้ก่อนตาย ซึ่งหนึ่งในหลายๆตอนนั้น มีตอนนึงที่พูดถึงภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งก้าวแรกเล็กๆของผู้ที่เริ่มสนใจในการปีนเขา</p>
<p><span id="more-1685"></span>ยอดเขานี้มีชื่อว่า Low's Peak ตั้งอยู่ที่อุทยาน Kota kinabalu National Park ของรัฐ Sabah และมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 4,095.2 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจะสูงขึ้นเรื่อยๆเฉลี่ยปีละ 0.5 มิลิเมตร และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นแรงบรรดาลใจให้ผมอยากจะพิชิตยอดเขานี้ให้ได้</p>
<p>สองปีผ่านไปเป็นช่วงเวลาที่เก็บกดและกดดันมากเพราะด้วยการจองที่พักที่แสนจะยากตามคำล่ำลือของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ บางคนบอกว่าให้จองผ่านเว็บไซน์ แต่บางคนก็บอกว่าให้โทรไปถามเพื่อความชัวร์เพราะไม่ว่าจะอีเมลไปถามหรือจองผ่านระบบทางเว็บไซน์ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด แต่จากที่ผมได้ไปมาและสอบถามจากผู้ที่ได้ไปพิชิตยอดเขาแห่งนี้ ส่วนใหญ่บอกว่าได้จองผ่านเว็บไซน์ของอุทยาน หรือ อีเมลสอบถาม หรือโทรมาจองกับอุทยานโดยตรงแทบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ผมสอบถามเท่านั้น ในช่วงก่อนเดินทางผมได้อีเมลสอบถาม และลองทุกวิธีที่สังคมบนโลกออนไลน์ได้เอ่ยถึงว่ายากอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่กลับกัน พนักงานตอบกลับไวและให้ข้อมูลที่ชัดเจนพร้อมทั้งรายละเอียดกลับมา</p>
<p>เรื่องที่พักบนยอดเขา เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการพิชิตยอดเขา หรืออาจจะมองว่าเป็นธุรกิจก็ว่าได้ กล่าวคือที่นี่จะมีกฏอยู่ว่าถ้าจะปีนเขาคุณจะต้องสำรองที่พักก่อนถึงจะมีสิทธิ์ปีนเขาได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดและเพียงแค่เดินสำรวจรอบๆอุทยานภายในหนึ่งวันก็ไม่จำเป็นต้องจองที่พักบนยอดเขาแต่อย่างใด</p>
<p>ส่วนเรื่องแพคเกจส่วนใหญ่ทางอุทยานจะบังคับให้ซื้อแบบ 3วัน 2คืน แต่ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ใจดีก็จะยอมให้จองแบบ 2วัน 1คืน โดยคืนแรกถ้าจะให้ดีและไม่รีบจนเกินไปควรมาพักบริเวณรอบนอกอุทยาน ซึ่งไม่ไกล ราคาไม่แพงมากและเราสามารถเดินมายังอุทยานได้ด้วยเท้าเพียง 10-15นาที แต่ส่วนตัวแล้วถ้าซื้อ 3วัน 2คืน ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากและอาหารยังเป็นแบบบุฟเฟ่กินไม่อั้นอีกด้วย แต่ถ้าอยากประหยัดหรืองบน้อยก็ลองเมลไปสอบถามได้ที่คุณ Sharon Gabriel : sharon.g<span style="color: #dbdbdb;">[ a d d ]</span> suteraharbour.com.my ซึ่งเขาเป็นเจ้าหน้าที่ที่จะพอต่อรองและคุยให้ลดจำนวนวันลงได้</p>
<p>การจองที่พัก ปกติทางอุทยานจะเปิดให้จองล่วงหน้าประมาณ 5-6เดือน และจะหมดอย่างรวดเร็วในเพียงไม่กี่วัน ดังนั้นควรอีเมลสอบถามเจ้าหน้าที่แต่เนิ่นๆเพื่อจะได้เตรียมตัวในการจอง</p>
<p>การเตรียมพร้อม ควรวิ่ง, ลุกนั่งเซ็ตละ 50ครั้ง วันละ 4เซ็ต และท่านั่งเก้าอี้ลม+เขย่งเท้าค้างไว้ให้ได้นานๆ เพราะท่านี้จะช่วยให้เราเดินลงเขาได้สบายยิ่งขึ้น</p>
<p>อุปกรณ์ที่สำคัญ ไฟคาดหัว, ไม้เท้า(เอาไว้สำหรับลงเขา),กระเป๋าใบไม่ใหญ่มากเพื่อจะได้แบ่งของที่จำเป็นขึ้นไปข้างบน จะได้ไม่ต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ๆขึ้นไปทั้งหมด, เสื้อกันหนาว, เสื้อกันฝน, รองเท้าที่คิดว่ายึดเกาะพื้นลื่นๆได้ดี, ยาคลายกล้ามเนื้อ และถ้ากลัวเป็นโรคแพ้ความสูงควรพก dark chocolate ไปด้วย</p>
<p>การจองตั๋วเครื่องบิน จะต้องบินสองต่อคือจาก กรุงเทพ ไป กัวลาลัมเปอร์ และจาก กัวลาลัมเปอร์ ไป โคตาคินาบาลู ซึ่งเวลาจองควรเผื่อเวลาเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ส่วนเรื่องจะจองที่พักให้ได้ก่อนค่อยจองตั๋ว หรือจะจองตั๋วก่อนแล้วค่อยจองที่พักนั้น คุณจะทำแบบไหนก่อนก็ได้เพราะตอนผมไปก็จองตั๋วเครื่องบินแบบโปรโมชั่นของ air asia สองรอบ(จองภายในรอบเดียวไม่เคยทัน เลยต้องรอโปรใหม่) และค่อยจองที่พักบนเขา แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำควรจองที่พักบนเขาให้ได้ก่อนจะดีกว่าเพราะถ้าคุณวางแผนไม่ดีอาจจะพลาดอดขึ้นเขาได้ (ผมวางแผนมาสองปี)</p>
<p>ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมลองอีเมลมาสอบถามผมเพิ่มเติมได้ครับ :)</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/7102645553/" title="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7036/7102645553_99737e6fcb.jpg" width="500" height="332" alt="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/7102576269/" title="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7268/7102576269_86856fbc9f.jpg" width="500" height="332" alt="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/6956605504/" title="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia by kakazz, on Flickr" target="_blank"><img src="http://farm9.staticflickr.com/8164/6956605504_0343337aed.jpg" width="500" height="332" alt="National Park Kota Kinabalu - Sabah, Malaysia"></a></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2012/04/30/intro-to-lows-peak-kota-kinabalu-malaysia/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>121 &#124; วิธีการถ่าย Kodak EIR (How to)</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2012/03/25/how-to-usd-eir/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2012/03/25/how-to-usd-eir/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 18:06:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Tutorial]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1652</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับฟิล์ม Color Infrared ของ Kodak หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า EIR เมื่อนานมาแล้ว และได้รับความสนใจส่งอีเมลมาสอบถามถึงวิธีการใช้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วตรงส่วนนี้ผมตั้งใจเขียนวิธีใช้ไว้ตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส จนวันนี้ผมรวบรวมรูปประโยคจากการตอบอีเมลมาเรียบเรียงใหม่จนได้บทความนี้ขึ้นมาครับ รายละเอียดและขั้นตอน ก่อนอื่นถ้าจะถ่าย EIR สิ่งที่ควรจะมีและเตรียมพร้อมคือ ถุงมืด และ เครื่องวัดแสง ถุงมืด เอาไว้โหลดฟิล์มเข้ากล้องและนำฟิล์มออกจากกล้อง เพราะฟิล์มของ Kodak ชนิดนี้มีความไวแสงค่อนข้างมาก พูดง่ายๆก็คือห้ามโดนแสงเลยแม้แต่น้อยจนกว่าจะล้างเสร็จครับ การโหลดฟิล์ม ต้องทำในถุงมืดเท่านั้น ถ้าเป็นฟิล์ม 135 ก็จะง่ายกว่า 120 แต่ต้องดูด้วยว่ากล้องที่เราจะใส่นั้นตรงห้องฟิล์ม (ฝาที่เปิดออกและใส่ฟิล์มลงไปในกล้องนั่นล่ะครับ) ว่ามีกระจกหรือไม่ ถ้ามีควรหาเทปกาวหนังไก่สีดำมาแปะไว้เพื่อไม่ให้แสงรอดเข้าไปถึงเนื้อฟิล์ม infrared แต่ถ้าเป็นฟิล์ม 120 อาจจะยากหน่อย แรกๆอาจจะทดลองโดยการหากลักพร้อมกับกระดาษที่ได้แกะฟิล์มไปล้างแล้ว หรือ จะไปขอกลัก 120 พร้อมกระดาษจากร้านล้างฟิล์มก็ได้ เอามาทดลองโหลดใส่กล้องดูก่อนว่าเราจะต้องหมุนแค่ไหนถึงจะให้พอดีกับ ไกด์,มาร์ค,ขีด หรือ เส้น start (แต่ละคนเรียกไม่เหมือนกัน) ให้พอดีและชินก่อนจะเริ่มโหลดในถุงมืด เพราะตอนโหลดฟิล์มในถุงมืดเราจะทำได้แค่เพียงคลำเท่านั้น การวัดแสงและการตั้ง iso ถ้าจะเอาแบบง่ายที่สุดก็คือหา เครื่องวัดแสง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><img title="IMAG0545" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/IMAG0545.jpg" alt="" width="500" height="299" /></center></p>
<p>ก่อนหน้านี้ผมได้เขียน<a href="http://www.kakazz.com/blog/2010/06/27/kodak-eir/">บทความ</a>เกี่ยวกับฟิล์ม Color Infrared ของ Kodak หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า EIR เมื่อนานมาแล้ว และได้รับความสนใจส่งอีเมลมาสอบถามถึงวิธีการใช้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วตรงส่วนนี้ผมตั้งใจเขียนวิธีใช้ไว้ตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส จนวันนี้ผมรวบรวมรูปประโยคจากการตอบอีเมลมาเรียบเรียงใหม่จนได้บทความนี้ขึ้นมาครับ</p>
<p><span id="more-1652"></span><br />
รายละเอียดและขั้นตอน</p>
<ul>
<li>ก่อนอื่นถ้าจะถ่าย EIR สิ่งที่ควรจะมีและเตรียมพร้อมคือ ถุงมืด และ เครื่องวัดแสง</li>
<li>ถุงมืด เอาไว้โหลดฟิล์มเข้ากล้องและนำฟิล์มออกจากกล้อง เพราะฟิล์มของ Kodak ชนิดนี้มีความไวแสงค่อนข้างมาก พูดง่ายๆก็คือ<span style="color: #ff0000;">ห้ามโดนแสงเลยแม้แต่น้อยจนกว่าจะล้างเสร็จครับ</span></li>
<li>การโหลดฟิล์ม ต้องทำในถุงมืดเท่านั้น</li>
<ol>
<li><span style="text-decoration: underline;">ถ้าเป็นฟิล์ม 135</span> ก็จะง่ายกว่า 120 แต่ต้องดูด้วยว่ากล้องที่เราจะใส่นั้นตรงห้องฟิล์ม (ฝาที่เปิดออกและใส่ฟิล์มลงไปในกล้องนั่นล่ะครับ) ว่ามีกระจกหรือไม่ ถ้ามีควรหาเทปกาวหนังไก่สีดำมาแปะไว้เพื่อไม่ให้แสงรอดเข้าไปถึงเนื้อฟิล์ม infrared</li>
<li><span style="text-decoration: underline;">แต่ถ้าเป็นฟิล์ม 120</span> อาจจะยากหน่อย แรกๆอาจจะทดลองโดยการหากลักพร้อมกับกระดาษที่ได้แกะฟิล์มไปล้างแล้ว หรือ จะไปขอกลัก 120 พร้อมกระดาษจากร้านล้างฟิล์มก็ได้ เอามาทดลองโหลดใส่กล้องดูก่อนว่าเราจะต้องหมุนแค่ไหนถึงจะให้พอดีกับ ไกด์,มาร์ค,ขีด หรือ เส้น start (แต่ละคนเรียกไม่เหมือนกัน) ให้พอดีและชินก่อนจะเริ่มโหลดในถุงมืด เพราะตอนโหลดฟิล์มในถุงมืดเราจะทำได้แค่เพียงคลำเท่านั้น</li>
</ol>
<li>การวัดแสงและการตั้ง iso ถ้าจะเอาแบบง่ายที่สุดก็คือหา <span style="text-decoration: underline;">เครื่องวัดแสง</span> หรือ <span style="text-decoration: underline;">กล้องถ่ายรูปที่วัดแสงได้</span> โดยก่อนอื่นให้ตั้งค่า iso ของกล้องที่ใช้ฟิล์ม Infrared เป็น 400 (เป็นค่ามาตรฐาน ขอสมมุติว่าเป็นกล้อง A) และตั้งค่า กล้อง หรือ เครื่องวัดแสงที่นำไปด้วยที่ iso 100 (สมมุติว่าเป็นกล้อง B) และหลังจากนั้นก็ให้นำค่า F, Speed Shutter ที่วัดได้จาก กล้อง B ไปใส่ที่กล้อง A และถ้าจะให้ดีเลือกใส่ filter ND, ส้มเข้ม, แดงเข้ม, หรือ เหลืองเข้ม หรือปนกันได้ตามใจชอบ (Filter ND ต้องคำนวนชดเชยตาม stop ของ filter)</li>
</ul>
<p style="padding-left: 30px;"><strong>Note</strong> : สาเหตุที่ต้องตั้งค่ากล้อง B ที่ iso 100 ก็เพราะว่าฟิล์ม EIR มีความไวแสงสูงและด้วยขั้นตอนการล้างซึ่งมีทั้ง E-6 ที่ต้องตั้ง iso 200 และ AR-5 ที่ iso 100 (เดี๋ยวนี้เหลือแค่น้ำยา E-6 แต่ถ้าถ่ายที่ iso 100 ภาพจะออกใสๆ)</p>
<ul>
<li>ให้ใช้น้ำยา E-6 ล้าง (น้ำยาล้างสไลท์) หรือถ้าอยากล้างคลอสให้ใช้น้ำยา C-41 (น้ำยาล้างฟิล์มเนก) แต่โดยส่วนตัวเท่าที่หาข้อมูลมา ถ้าล้างคลอสสีไม่ค่อยถูกใจ(ผม)</li>
<li>ตอนส่งล้างต้องย้ำกับร้านด้วยว่า <span style="color: #ff0000;">ทุกขั้นตอนต้องปิดไฟจนกว่าจะล้างเสร็จ</span> (ปกติในห้องล้างเค้าจะเปิดไฟแดง ถึงจะเป็นไฟแดงก็ต้องปิดครับ)</li>
<li>ร้านที่แนะนำให้ส่งล้าง ส่วนตัวผมแนะนำร้านนี้ iqlab (ถึงจะแพงหน่อยแต่เค้าก็เคยล้างฟิล์มชนิดนี้)</li>
</ul>
<p>ผมคิดว่า ถ้าอ่านตามขั้นตอนที่ผมเขียนไว้ น่าจะทำให้เห็นภาพรวมและกระบวนการถ่ายมากขึ้นนะครับ และถ้าบทความนี้ผิดพลาดอะไรตรงไหน ก็สามารถติและแสดงความคิดเห็นได้ครับ</p>
<p>ปล.1 สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจเรื่อง ชดเชยแสง หรือ F-Stop คุณอาจจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะเริ่มถ่ายฟิล์ม EIR นะครับ<br />
ปล.2 ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะหาวิธีใช้ฟิล์มชนิดนี้ค่อนข้างยาก และผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังสนใจถ่ายฟิล์มชนิดนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2012/03/25/how-to-usd-eir/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>120 &#124; Free Fax แต่ไม่ทั่วโลก</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2011/04/09/freefax/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2011/04/09/freefax/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Apr 2011 16:44:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Website]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเจอมา]]></category>
		<category><![CDATA[Fax]]></category>
		<category><![CDATA[Free]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1614</guid>
		<description><![CDATA[ในบางครั้งหากต้องการส่งเอกสารไปจองโรงแรมที่ต่างประเทศ (เชยเนอะ) หรือต้องการส่งเอกสารบางอย่างไปอเมริกา ฯลฯ จนเป็นเหตุต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ หรือไปหาร้านส่ง Fax ที่สีลมเพียงไม่กี่หน้าและเสียการเสียงานไปอีกหนึ่งวัน ปัญหาทั้งหมดนี้จะหมดไป ...และนี่ก็เป็นอีกเว็บที่ผมอยากจะแนะนำ ซึ่งผมก็ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรเลย แต่ได้มีโอกาสทดลองใช้ เลยอยากจะมาแนะนำสำหรับใครที่ไม่สะดวกหาร้าน Faxzero เป็นอีกทางเลือก จากหลายๆเว็บไซน์ที่ให้บริการรับฝากส่ง Fax ฟรี ...แต่ไม่ทั่วโลก ฟรีในที่นี้หมายถึงฟรีเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ส่วนประเทศที่นอกเหนือจากนี้จะคิดค่าใช้จ่าย และในกรณีที่ไม่สามารถ Fax ไปยังหมายเลขปลายทางได้ เค้าก็ยินดีคืนเงิน 90% จากที่จ่ายไปครับ คราวนี้ แค่มี internet ก็สามารถ Fax ไปที่ไหนก็ได้แล้วครับ : ) รายละเอียดเพิ่มเติม : Faq]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><img class="alignnone size-full wp-image-1616" title="722728_90272719" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2011/04/722728_90272719.jpg" alt="" width="520" height="304" /></center></p>
<p>ในบางครั้งหากต้องการส่งเอกสารไปจองโรงแรมที่ต่างประเทศ (เชยเนอะ) หรือต้องการส่งเอกสารบางอย่างไปอเมริกา ฯลฯ จนเป็นเหตุต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ หรือไปหาร้านส่ง Fax ที่สีลมเพียงไม่กี่หน้าและเสียการเสียงานไปอีกหนึ่งวัน</p>
<p><span id="more-1614"></span>ปัญหาทั้งหมดนี้จะหมดไป ...และนี่ก็เป็นอีกเว็บที่ผมอยากจะแนะนำ ซึ่งผมก็ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรเลย แต่ได้มีโอกาสทดลองใช้ เลยอยากจะมาแนะนำสำหรับใครที่ไม่สะดวกหาร้าน</p>
<p><a href="http://www.faxzero.com/" target="_blank">Faxzero</a> เป็นอีกทางเลือก จากหลายๆเว็บไซน์ที่ให้บริการรับฝากส่ง Fax ฟรี ...แต่ไม่ทั่วโลก ฟรีในที่นี้หมายถึงฟรีเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ส่วนประเทศที่นอกเหนือจากนี้จะคิดค่าใช้จ่าย และในกรณีที่ไม่สามารถ Fax ไปยังหมายเลขปลายทางได้ เค้าก็ยินดีคืนเงิน 90% จากที่จ่ายไปครับ</p>
<p>คราวนี้ แค่มี internet ก็สามารถ Fax ไปที่ไหนก็ได้แล้วครับ : )</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติม : <a href="http://faxzero.com/faq.php" target="_blank">Faq</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2011/04/09/freefax/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>119 &#124; Chanthaburi แบบช้า ช้า</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Jan 2011 14:51:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1549</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เราเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยตัวคนเดียว แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เดินทางคนเดียวอีกตามเคย (อีกแล้ว) และแล้วปีใหม่ปีนี้ ที่เราพยายามบอกคนอื่นว่าจะไม่ไปไหน จะนอนอยู่บ้านอย่างเดียว ก็มีอันเป็นหมันด้วยความแอบน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่าง เลยแอบหนีเดินทางเพียงลำพัง ...ฟังแล้วดูเหงาๆชอบกลนะ ฮ่าๆๆ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการพักผ่อนก็ว่าได้ ก็เราไปคนเดียวนี่นา ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องแคร์ใคร อยากไปไหนก็ไป อยากอยู่ตรงไหนนานๆก็ทำได้ จันทบุรีเป็นเมืองๆหนึ่งที่ผมอยากไปมากนานแล้ว ส่วนสาเหตุที่อยากไป อาจเป็นเพราะรูปถ่ายของช่างภาพคนนึงใน flickr ที่ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว เลยอิจฉาอยากไปบ้าง (เด็กขี้อิจฉานี่นา) การเดินทางเริ่มต้นด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงข้างๆห้างเซนจูรี่ด้วยราคา 200 บาทต่อคน การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงไม่ต่างกับการนั่งรถไปมหาลัยที่เพชรบุรี ทันใดที่ล้อรถตู้เริ่มหมุนผมก็เริ่มกินยาแก้เมารถทันที เพราะด้วยสาเหตุที่ว่าเมื่อคืนนอนน้อยและมีปาตี้ปีใหม่กับพี่ๆในวงดนตรีด้วยกัน และหนึ่งในนั้นมีคนนึงไปเรียนบาร์เทนเดอร์มา และกำลังจะไปทำงานในโรงแรมมีชื่อที่ภูเก็ตเร็วๆนี้ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้คืนก่อนวันเดินทางจึงไม่ต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านี้ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังลงจากรถตู้ด้วยความมึนงง และสงสัยว่าเรายืนอยู่ตรงไหนบนโลกนี้ ในตอนนั้นเองมีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นแลนมาร์คชัดๆอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ ห้างโรบินสันจันทบุรี แต่จะว่าไปแล้วอย่าหาวว่าไม่ทำการบ้านมา ผมน่ะทำมาเป็นอย่างดีแต่พอมาถึงที่กลับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าจะว่ากันตามตรง จริงๆแล้วเราจำตำแหน่งผิดกันนิดหน่อย แต่มันก็ไม่นิดหน่อย เพราะพึ่งมารู้ทีหลังว่ามันอยู่คนละฝากเมืองกันเลย สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการนั่งมอ'ไซรับจ้างไปยังที่พักด้วยราคา 40 บาท ทั้งๆที่ตอนแรกกะว่าจะเดินไปที่พักแบบชิลๆ พี่วินมอ'ไซ อัธญาสัยดีมาก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างดีทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเลย และโฆษณาเป็นการปิดท้ายว่า ถ้าอยากไปไหนให้โทรหาเค้า เดี๋ยวจัดให้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div  style="text-align: center;"  class="xmlgmdiv" id="xmlgmdiv_1"><iframe class="xmlgm" id="xmlgm_1" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/plugins/xml-google-maps/xmlgooglemaps_show.php?mygooglemapid=1" style="border: 0px; width: 500px; height: 350px;" name="Google_My_Map" frameborder="0"></iframe></div>
<p><a href="http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&amp;hl=en&amp;msa=0&amp;msid=206283796507798297214.00049898e9ba07135fadb&amp;ll=12.608941,102.111697&amp;spn=0.015349,0.014076&amp;source=embed" style="color:#0000FF;text-align:left"></a></p>
<p>ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เราเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยตัวคนเดียว แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เดินทางคนเดียวอีกตามเคย (อีกแล้ว)</p>
<p><span id="more-1549"></span>และแล้วปีใหม่ปีนี้ ที่เราพยายามบอกคนอื่นว่าจะไม่ไปไหน จะนอนอยู่บ้านอย่างเดียว ก็มีอันเป็นหมันด้วยความแอบน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่าง เลยแอบหนีเดินทางเพียงลำพัง ...ฟังแล้วดูเหงาๆชอบกลนะ ฮ่าๆๆ</p>
<p>การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการพักผ่อนก็ว่าได้ ก็เราไปคนเดียวนี่นา ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องแคร์ใคร อยากไปไหนก็ไป อยากอยู่ตรงไหนนานๆก็ทำได้</p>
<p>จันทบุรีเป็นเมืองๆหนึ่งที่ผมอยากไปมากนานแล้ว ส่วนสาเหตุที่อยากไป อาจเป็นเพราะรูปถ่ายของช่างภาพคนนึงใน flickr ที่ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว เลยอิจฉาอยากไปบ้าง (เด็กขี้อิจฉานี่นา) การเดินทางเริ่มต้นด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงข้างๆห้างเซนจูรี่ด้วยราคา 200 บาทต่อคน การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงไม่ต่างกับการนั่งรถไปมหาลัยที่เพชรบุรี</p>
<p>ทันใดที่ล้อรถตู้เริ่มหมุนผมก็เริ่มกินยาแก้เมารถทันที เพราะด้วยสาเหตุที่ว่าเมื่อคืนนอนน้อยและมีปาตี้ปีใหม่กับพี่ๆในวงดนตรีด้วยกัน และหนึ่งในนั้นมีคนนึงไปเรียนบาร์เทนเดอร์มา และกำลังจะไปทำงานในโรงแรมมีชื่อที่ภูเก็ตเร็วๆนี้ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้คืนก่อนวันเดินทางจึงไม่ต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านี้</p>
<p>เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังลงจากรถตู้ด้วยความมึนงง และสงสัยว่าเรายืนอยู่ตรงไหนบนโลกนี้ ในตอนนั้นเองมีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นแลนมาร์คชัดๆอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ ห้างโรบินสันจันทบุรี แต่จะว่าไปแล้วอย่าหาวว่าไม่ทำการบ้านมา ผมน่ะทำมาเป็นอย่างดีแต่พอมาถึงที่กลับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าจะว่ากันตามตรง จริงๆแล้วเราจำตำแหน่งผิดกันนิดหน่อย แต่มันก็ไม่นิดหน่อย เพราะพึ่งมารู้ทีหลังว่ามันอยู่คนละฝากเมืองกันเลย สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการนั่งมอ'ไซรับจ้างไปยังที่พักด้วยราคา 40 บาท ทั้งๆที่ตอนแรกกะว่าจะเดินไปที่พักแบบชิลๆ</p>
<p>พี่วินมอ'ไซ อัธญาสัยดีมาก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างดีทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเลย และโฆษณาเป็นการปิดท้ายว่า ถ้าอยากไปไหนให้โทรหาเค้า เดี๋ยวจัดให้ ...จะว่าไปแล้วเค้าคงดูออกว่าเป็นนักท่องเที่ยว จริงๆก็น่าจะดูออกล่ะ</p>
<p>เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ แต่ระยะทางก็สมราคากับ 40 บาทจริงๆ เพราะมันไกลกว่าที่คิดไว้มาก แถมจำเส้นทางไม่ได้อีกเพราะพี่แกเล่นซอกแซกซอยเล็กซอยน้อยจนมึนไปหมด ทำให้แผนในการเดินไปขึ้นรถตู้ในวันกลับเป็นอันล้มเหลว หลังจากที่จ่ายเงินและหันหลังเดินเข้าโรงแรม เราก็พบว่าที่พักที่นี่ช่างดูดีกว่าที่คิดไว้ แถมใกล้กับทุกๆที่ ที่เราอยากไปด้วยการเดินเพียงไม่กี่นาที ทำให้รู้สึกว่าการจ่ายเงินค่าที่พัก 800บาท ต่อคืนถือว่าค่อนค้างคุ้มมาก แนะนำเลยครับที่นี่ โรงแรมเกษมศานต์ เบอร์โทร 039311100 // ห้องมีระเบียงอยู่ที่ 880 บาท ถ้าเอาอาหารเช้าสำหรับสองคน + 200 บาท (ตอนโทรไปคุยเรื่องรายละเอียดลืมถามราคาสำหรับคนเดียว แต่คิดเอาเองว่าน่าจะ 100 บาท)</p>
<p>หลังจากที่พักผ่อนหลบแดนตอนกลางวันที่แสนร้อนอยู่ในห้อง ก็เริ่มออกเดินสำรวจในตอนบ่ายๆทันที ช่วงนี้คิดว่าน่าจะเป็นโชคดีของผมก็ว่าได้ เพราะมาในช่วงปีใหม่พอดี เลยดูไม่ค่อยวุ่นวายสักเท่าไหร่ เงียบได้ดั่งใจ แถมมีงานกาชาดประจำปีในตอนเย็นที่จัดอยู่ใกล้ๆโรงแรมอีกด้วย</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315368085/" title="IMGP2341 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5249/5315368085_e08ef1168c.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2341" /></a><br />
โบสถ์คริสพระนางมารีอา ที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315951634/" title="IMGP2317 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5006/5315951634_10624d3988.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2317" /></a><br />
ภายในโบสถ์เงียบสงบมากหรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมมาช่วงปีใหม่</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315343717/" title="IMGP2303 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5247/5315343717_26450773f9.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2303" /></a><br />
ผมนั่งชมความสวยงามอยู่ข้างในโบสถ์ค่อนข้างนานเลยทีเดียว</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315577377/" title="Location filming. by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5162/5315577377_9041bb7283.jpg" width="500" height="333" alt="Location filming." /></a><br />
สถานที่นี้ล่ะที่ทำให้ผมอยากไปถ่ายบ้าง</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315393651/" title="เมาไม่ขับ by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5050/5315393651_59927dd72a.jpg" width="500" height="333" alt="เมาไม่ขับ" /></a><br />
อาจจะเงียบเหงาจริงๆ</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315972348/" title="IMGP2405 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5084/5315972348_30268e47ce.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2405" /></a><br />
ตกเย็นกินข้าวในตลาดโต้รุ่งและเดินดูงานกาชาดประจำปีที่สนามกีฬา</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315385241/" title="IMGP2409 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5003/5315385241_67f13ba176.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2409" /></a><br />
มีเกมจับปลาที่ต้องใช้ที่ช้อนกระดาษตัก เหมือนกับงานวัดในหนังญี่ปุ่นด้วย</center></p>
<p>ปล.1การมาครั้งนี้ จะว่าไปแล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ คือในตัวเมืองก็ไม่ได้มีอะไรมาก เหมาะกับการมาเช้าเย็นกลับซะมากกว่า แต่ถ้าจะมาพักผ่อน เดินอยู่ในเมืองเก่าแบบเงียบๆก็ถือว่าโอเคเลยครับ<br />
ปล.2 ผมได้ทำแผนที่คร่าวๆไว้เผื่อจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะมีแผนเดินทางไปยังตัวเมืองจันทบุรีไม่มากก็น้อย<br />
ปล.3 สำหรับคนที่อยากจะนั่งมอ'ไซ รับจ้างไปที่คิวรถตู้หลังห้างโรบินสันในราคาถูก อาจจะต้องลองเดินไปหาในตลาดโต้รุ่งดูครับ ตอนนั้นผมขึ้น 20บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>118 &#124; Formula one</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 15:14:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยนัก ถ้าอายุเกินร้อยปีก็อาจจะได้เห็นเป็นครั้งที่สอง แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่กรุงเทพจะมีกิจกรรมดีๆให้ชมกัน ในปีนี้ทีม Formula one ของ Red bull ได้แชมป์โลก เลยนำนักแข่งและรถมาออกวิ่งโชว์ตัวบนถนนราชดำเนินแบบตัวเป็นๆ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองในหลวงครองราช 60 ปี ซึ่งจะว่ากันไปแล้ว โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนักที่จะได้เห็นรถ F1 วิ่งบนถนนกรุงเทพ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5271228908/" title="Rajdumnern Rd. by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5046/5271228908_d78e49c8e3.jpg" width="500" height="332" alt="Rajdumnern Rd." /></a></center></p>
<p>ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยนัก ถ้าอายุเกินร้อยปีก็อาจจะได้เห็นเป็นครั้งที่สอง แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่กรุงเทพจะมีกิจกรรมดีๆให้ชมกัน</p>
<p><span id="more-814"></span>ในปีนี้ทีม Formula one ของ Red bull ได้แชมป์โลก เลยนำนักแข่งและรถมาออกวิ่งโชว์ตัวบนถนนราชดำเนินแบบตัวเป็นๆ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองในหลวงครองราช 60 ปี ซึ่งจะว่ากันไปแล้ว โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนักที่จะได้เห็นรถ F1 วิ่งบนถนนกรุงเทพ</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5270617469/" title="Overlay by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5002/5270617469_293dbc035c.jpg" width="500" height="332" alt="Overlay" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5270607947/" title="Formula One on Bangkok Street by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5125/5270607947_5545ef77f1.jpg" width="500" height="333" alt="Formula One on Bangkok Street" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5271213492/" title="Car Drifting on Bangkok Street by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5001/5271213492_006f26e4eb.jpg" width="500" height="333" alt="Car Drifting on Bangkok Street" /></a></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>117 &#124; Thee Lor Sue แบบงงๆ</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Dec 2010 08:33:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/?p=824</guid>
		<description><![CDATA[รู้สึกได้ว่าช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยได้มีการวางแผนสักเท่าไหร่ แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีอยู่วันนึง รุ่นน้องที่เคยฝึกงานที่บริษัททักใน IM มาว่า "พี่... ไปทีลอซูไหม มีที่ว่างอยู่ที่เดียว" วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553 ทริปทัวร์ใจง่ายอย่างเรานัดรวมตัวที่ตึกอื้อจื่อเหลียงแถวๆถนนสีลมราวๆสองทุ่มเศษๆ และเริ่มเดินทางสู่จังหวัดตากตอนสามทุ่ม ด้วยรถตู้ขนาดใหญ่ที่เค้าเรียกกันว่ารถตู้วีไอพี ด้วยค่าราคาเหมา 9คน คนละ 3200 บาท (แถม 1 คน) วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2553 Burma camp เช้าตรู่เราก็เดินทางมาถึงอำเภออุ้งผาง เมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาที่เค้าว่ากันว่า ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมาก็จะไม่ได้มา ระหว่างทางรถขับผ่าน 1200 โค้งที่เค้าล่ำลือกันว่าถ้าไม่ได้อ้วกถือว่ามาไม่ถึง แต่เราก็นั่งรถผ่านไปแบบไม่รู้ตัวเพราะมันมืดจนมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง เวลาเกือบๆเที่ยงก็เดินทางมาถึงที่พัก เรามีเวลาเตรียมตัวกันไม่มากหลังจากทานข้าวเที่ยงแบบง่ายๆที่เค้าจัดให้ ก่อนล่องแก่งไปทีลอซูด้วยเส้นทางน้ำตกทีลอจ่อ ล่องแก่ง ทีลอจ่อ เส้นทางน้ำตกทีลอจ่อจริงๆแล้วเป็นเส้นทางที่มีความเชี่ยวของน้ำอยู่ที่ระดับ 1-2 ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร แต่สำหรับคนที่เอากล้องถ่ายรูปที่ไม่สามารถกันน้ำได้อาจจะต้องระวังกันเป็นพิเศษ เพราะระหว่างสองข้างทาง มีบางช่วงที่ผ่านละอองน้ำและน้ำตกขนาดเล็กเป็นระยะๆ ระหว่างทางจาก Camp ขึ้นน้ำตกทีลอซูในเช้าวันใหม่ นั่งอยู่บ้านอาจจะได้เห็นแค่ชั้นเดียว แต่ถ้ามาอาจจะได้เห็นมากกว่าหนึ่งชั้น เกาะกลางน้ำตกทีลอซู ที่น้อยคนนักจะเดินข้ามไป เช้าวันสุดท้ายที่บนยอดดอยหัวหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5204401682/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4113/5204401682_ac56f21c4f.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a></center></p>
<p>รู้สึกได้ว่าช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยได้มีการวางแผนสักเท่าไหร่ แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีอยู่วันนึง รุ่นน้องที่เคยฝึกงานที่บริษัททักใน IM มาว่า "พี่... ไปทีลอซูไหม มีที่ว่างอยู่ที่เดียว"</p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553<br />
ทริปทัวร์ใจง่ายอย่างเรานัดรวมตัวที่ตึกอื้อจื่อเหลียงแถวๆถนนสีลมราวๆสองทุ่มเศษๆ และเริ่มเดินทางสู่จังหวัดตากตอนสามทุ่ม ด้วยรถตู้ขนาดใหญ่ที่เค้าเรียกกันว่ารถตู้วีไอพี ด้วยค่าราคาเหมา 9คน คนละ 3200 บาท (แถม 1 คน)</p>
<p><span id="more-824"></span>วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2553<br />
<center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5204385296/" title="Burma Camp - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4113/5204385296_8408ba31be.jpg" width="500" height="333" alt="Burma Camp - Tak, Thailand" /></a><br />
Burma camp</center><br />
เช้าตรู่เราก็เดินทางมาถึงอำเภออุ้งผาง เมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาที่เค้าว่ากันว่า ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมาก็จะไม่ได้มา ระหว่างทางรถขับผ่าน 1200 โค้งที่เค้าล่ำลือกันว่าถ้าไม่ได้อ้วกถือว่ามาไม่ถึง แต่เราก็นั่งรถผ่านไปแบบไม่รู้ตัวเพราะมันมืดจนมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง</p>
<p>เวลาเกือบๆเที่ยงก็เดินทางมาถึงที่พัก เรามีเวลาเตรียมตัวกันไม่มากหลังจากทานข้าวเที่ยงแบบง่ายๆที่เค้าจัดให้ ก่อนล่องแก่งไปทีลอซูด้วยเส้นทางน้ำตกทีลอจ่อ</p>
<p><center><object type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/jUV5lFsk1Ik&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/jUV5lFsk1Ik&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="wmode" value="transparent" /></object><br />
ล่องแก่ง ทีลอจ่อ</center></p>
<p>เส้นทางน้ำตกทีลอจ่อจริงๆแล้วเป็นเส้นทางที่มีความเชี่ยวของน้ำอยู่ที่ระดับ 1-2 ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร แต่สำหรับคนที่เอากล้องถ่ายรูปที่ไม่สามารถกันน้ำได้อาจจะต้องระวังกันเป็นพิเศษ เพราะระหว่างสองข้างทาง มีบางช่วงที่ผ่านละอองน้ำและน้ำตกขนาดเล็กเป็นระยะๆ</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5209193617/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4087/5209193617_0b8188ecec.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a><br />
ระหว่างทางจาก Camp ขึ้นน้ำตกทีลอซูในเช้าวันใหม่</p>
<p><object type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/-2v7_hChlXk&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/-2v7_hChlXk&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="wmode" value="transparent" /></object><br />
นั่งอยู่บ้านอาจจะได้เห็นแค่ชั้นเดียว แต่ถ้ามาอาจจะได้เห็นมากกว่าหนึ่งชั้น</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5209119795/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5044/5209119795_68f2a19b2f.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a><br />
เกาะกลางน้ำตกทีลอซู ที่น้อยคนนักจะเดินข้ามไป</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5201628042/" title="Doi Hua Mod - Umphang, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5250/5201628042_c1105f67df.jpg" width="500" height="333" alt="Doi Hua Mod - Umphang, Thailand" /></a><br />
เช้าวันสุดท้ายที่บนยอดดอยหัวหมด</center></p>
<p>My Flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625438679126/with/5209119795/">http://www.flickr.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>116 &#124; International Street Show 2010</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 18:41:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Festival]]></category>
		<category><![CDATA[Street Show]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1539</guid>
		<description><![CDATA[Bencha Theater เป็นปีที่ 3 แล้วที่กรุงเทพจะมีงานดีๆที่จะถูกจัดขึ้นก่อนปีใหม่ และเช่นเคย ผมก็ยังมานั่งรอ ก่อนจะถึงเวลาแสดงต่างๆ ...คิดไปคิดมาก็เนิร์ดดีนะ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง การแสดง เวลาแสดง และตารางเวลา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้ชมและนักแสดงที่ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองถึงสามปีไม่รวมนักแสดงไทย ( คิดเอาเอง ) Solsora Acrobuffos My Flickr Album : http://www.flickr.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5252065090/" title="Bencha Theater by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5050/5252065090_60c0072ff8.jpg" width="500" height="333" alt="Bencha Theater" /></a><br />
Bencha Theater</center></p>
<p>เป็นปีที่ 3 แล้วที่กรุงเทพจะมีงานดีๆที่จะถูกจัดขึ้นก่อนปีใหม่ และเช่นเคย ผมก็ยังมานั่งรอ ก่อนจะถึงเวลาแสดงต่างๆ ...คิดไปคิดมาก็เนิร์ดดีนะ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง</p>
<p><span id="more-1539"></span>การแสดง เวลาแสดง และตารางเวลา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้ชมและนักแสดงที่ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองถึงสามปีไม่รวมนักแสดงไทย ( คิดเอาเอง )</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5252185812/" title="Solsora by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5283/5252185812_02b5a70a3b.jpg" width="500" height="333" alt="Solsora" /></a><br />
Solsora</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5251771348/" title="Acrobuffos by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5203/5251771348_d06436b138.jpg" width="500" height="333" alt="Acrobuffos" /></a><br />
Acrobuffos</center></p>
<p>My Flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625569800878/with/5252185812/">http://www.flickr.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>115 &#124; Monkey Buffet Festival</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 18:00:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lopburi]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1524</guid>
		<description><![CDATA[โต๊ะจีนลิงจัดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี และนี่ก็เป็นอีกงานที่ผมอยากไปมานานมากแล้ว เพราะด้วยระยะทางที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ถ้าเน้นเร็วก็เดินทางด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟชั้นสามจากสถานีรถไฟหัวลำโพงก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมง ภายในงานการให้อาหารลิง จะแบ่งเป็นรอบๆประมาณ 3 ถึง 4 รอบ ซึ่งถ้าอยากจะมาดูลิงขึ้นโต๊ะจีนจริงๆอาจจะต้องตื่นแต่เช้า มาดูรอบแรกประมาณ 9 โมง เพราะถ้ามาสายหน่อยลิงอาจจะเริ่มอิ่มกัน ดูไม่ค่อยคึกคัก อีกอย่างถ้าไปงานโต๊ะจีนลิง บางทีถ้ามีเวลาเหลือในช่วงตอนเย็นอาจจะได้เที่ยวงานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ที่ใกล้ๆกับพระปรางค์สามยอดเป็นการปิดท้ายทริป ; ) ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถไฟ จะมีของอร่อยๆให้กินระหว่างทางมากมาย ลิงที่ลพบุรีค่อนข้างน่ารัก ขี้เล่น ไม่เหมือนที่อื่น งานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย My flickr Album : http://www.flickr.com ข้อมูลเพิ่มเติม รถตู้อยู่ตรงอนุเสาวรีย์ชัยกับอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟลพบุรี รถออกตั้งแต่ตี 3 จนถึง 2 ทุ่ม // tell.0813812031, 036422552 รถไฟชั้น 3 มีรอบ 9.30 (จากหัวลำโพง) 17.30 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5214870708/" title="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5042/5214870708_9ae5024f47.jpg" width="500" height="333" alt="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand" /></a></center></p>
<p>โต๊ะจีนลิงจัดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี และนี่ก็เป็นอีกงานที่ผมอยากไปมานานมากแล้ว เพราะด้วยระยะทางที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ถ้าเน้นเร็วก็เดินทางด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟชั้นสามจากสถานีรถไฟหัวลำโพงก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมง</p>
<p><span id="more-1524"></span>ภายในงานการให้อาหารลิง จะแบ่งเป็นรอบๆประมาณ 3 ถึง 4 รอบ ซึ่งถ้าอยากจะมาดูลิงขึ้นโต๊ะจีนจริงๆอาจจะต้องตื่นแต่เช้า มาดูรอบแรกประมาณ 9 โมง เพราะถ้ามาสายหน่อยลิงอาจจะเริ่มอิ่มกัน ดูไม่ค่อยคึกคัก</p>
<p>อีกอย่างถ้าไปงานโต๊ะจีนลิง บางทีถ้ามีเวลาเหลือในช่วงตอนเย็นอาจจะได้เที่ยวงานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ที่ใกล้ๆกับพระปรางค์สามยอดเป็นการปิดท้ายทริป ; )</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5230548241/" title="Ice cream railway by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5204/5230548241_0baa4cfc10.jpg" width="500" height="333" alt="Ice cream railway" /></a><br />
ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถไฟ จะมีของอร่อยๆให้กินระหว่างทางมากมาย</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5214295877/" title="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4108/5214295877_868cba6e02.jpg" width="500" height="333" alt="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand" /></a><br />
ลิงที่ลพบุรีค่อนข้างน่ารัก ขี้เล่น ไม่เหมือนที่อื่น</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5231088036/" title="Teddy shop by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5244/5231088036_f8f1469f41.jpg" width="500" height="333" alt="Teddy shop" /></a><br />
งานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย</center></p>
<p>My flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625489317080/with/5214870708/">http://www.flickr.com</a></p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม<br />
รถตู้อยู่ตรงอนุเสาวรีย์ชัยกับอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟลพบุรี รถออกตั้งแต่ตี 3 จนถึง 2 ทุ่ม // tell.0813812031, 036422552<br />
รถไฟชั้น 3 มีรอบ 9.30 (จากหัวลำโพง) 17.30 (จากลพบุรี) // รอบต้องเช็คอีกทีกับสถานีรถไฟ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>114 &#124; Lamphun</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Sep 2010 15:52:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1481</guid>
		<description><![CDATA[เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้เกือบๆสองปีแล้ว แต่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นผมสามารถจำได้เกือบทุกรายละเอียด ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับจากลาว มาอยู่บ้านได้เกือบๆสองเดือน จนมีอยู่วันนึงได้มีโทรศัทพ์จากรุ่นพี่คนหนึ่งโทรมาบอกว่า... รุ่นพี่ : " เฮ้ยกูขนหนังสือถ่ายภาพจากที่บ้านมาให้แล้ว สูงเป็นตึกเลย จะขายก็เสียดาย มึงมาเลือกๆเอาไปแล้วกัน " ผม : " ครับๆ ได้ครับพี่ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเอาหนังสือแล้วกันนะพี่ พี่สะดวกช่วงไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้เข้าไปที่ออฟฟิต " รุ่นพี่ : " เดี๋ยวพี่ว่าจะไปซื้อของที่ห้างแปปนึงว่ะ ออฟฟิตคงไม่มีใครอยู่ ถ้าจะมาเลยก็มาเจอที่ห้างแล้วกัน " ผม : " โอเคพี่ งั้นเดี๋ยวผมไปเลยแล้วกัน " ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงบ่ายสาม ขณะที่แดดยังร้อนๆก็รีบออกจากบ้านทันทีเพื่อไปขนหนังสือขนาดหลายกิโลกรัมก่อนที่จะมืด เราเจอกันที่ห้างตามที่นัดแนะไว้ ระหว่างที่ซื้อของก็เกิดบทสนทนาสั้นๆได้ใจความว่า รุ่นพี่ : " เออเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะไปวัดที่ลำพูน ...ไปป่าว " ผม : " ไปทำอะไรพี่ ? " รุ่นพี่ : " [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/3279168750/" title="The NEXT by kakazz, on Flickr"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3355/3279168750_2645b2bf2b.jpg" width="493" height="500" alt="The NEXT" /></a><br />
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้เกือบๆสองปีแล้ว แต่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นผมสามารถจำได้เกือบทุกรายละเอียด ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับจากลาว มาอยู่บ้านได้เกือบๆสองเดือน จนมีอยู่วันนึงได้มีโทรศัทพ์จากรุ่นพี่คนหนึ่งโทรมาบอกว่า...</p>
<p><span id="more-1481"></span>รุ่นพี่ : " เฮ้ยกูขนหนังสือถ่ายภาพจากที่บ้านมาให้แล้ว สูงเป็นตึกเลย จะขายก็เสียดาย มึงมาเลือกๆเอาไปแล้วกัน "<br />
ผม : " ครับๆ ได้ครับพี่ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเอาหนังสือแล้วกันนะพี่ พี่สะดวกช่วงไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้เข้าไปที่ออฟฟิต "<br />
รุ่นพี่ : " เดี๋ยวพี่ว่าจะไปซื้อของที่ห้างแปปนึงว่ะ ออฟฟิตคงไม่มีใครอยู่ ถ้าจะมาเลยก็มาเจอที่ห้างแล้วกัน "<br />
ผม : " โอเคพี่ งั้นเดี๋ยวผมไปเลยแล้วกัน "</p>
<p>ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงบ่ายสาม ขณะที่แดดยังร้อนๆก็รีบออกจากบ้านทันทีเพื่อไปขนหนังสือขนาดหลายกิโลกรัมก่อนที่จะมืด เราเจอกันที่ห้างตามที่นัดแนะไว้ ระหว่างที่ซื้อของก็เกิดบทสนทนาสั้นๆได้ใจความว่า</p>
<p>รุ่นพี่ : " เออเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะไปวัดที่ลำพูน ...ไปป่าว "<br />
ผม : " ไปทำอะไรพี่ ? "<br />
รุ่นพี่ : " ไปสร้างวัด "<br />
ผม : ไม่รู้ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่ แต่ก็ตอบกลับไปว่า " ไปดิพี่ "<br />
รุ่นพี่ : ทำท่าเหมือนจะอึ้งไปนิดนึง อาจจะงงว่าไอ้นี่คิดแล้วเหรอวะ แล้วก็พูดต่อว่า " เออดีๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน "</p>
<p>หลังจากขนหนังสือกองขนาดใหญ่กลับถึงบ้าน ก็บอกกับทุกคนที่บ้านว่า </p>
<p>ผม : " พรุ่งนี้จะไปลำพูนนะ ไปกับรุ่นพี่สักสามสี่วัน "<br />
แม่ : แม่ถึงกับงงว่าทำไมอยู่ๆก็ถึงไปแบบปุ๊บปับ แล้วถามต่อว่า " ไปทำอะไร... ฯลฯ "<br />
ผม : " รุ่นพี่เค้าไปสร้างวัด เลยขอไปด้วย อยู่บ้านเฉยๆไม่มีอะไรทำ "<br />
ทุกคน : ....</p>
<p>วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552<br />
เดินทางถึงวัดป่าที่ลำพูนประมาณเที่ยงคืน และเข้านอนที่ศาลาวัด</p>
<p>วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552<br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/3279170148/" ><img class="aligncenter"  src="http://farm4.static.flickr.com/3397/3279170148_8220c1a62f.jpg" width="488" height="500" /></a><br />
เช้าวันใหม่ที่ตื่นมาพร้อมกับสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคยถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าร้อนก็ตาม แต่ที่นี่ยังเย็นและหนาวกว่ากรุงเทพมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวผมล้วนเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่ และยังดำเนินไปตามปกติ มีแต่ผมคนเดียวที่คิดว่าไม่ปกติ เพราะวันนี้เป็นวันที่ตื่นเช้ามาก มากกว่าที่เคยๆทำมา หลังจากที่ผมลุกมานั่งได้สักพักก่อนที่จะทำใจเดินฝ่าอากาศที่เย็นเกือบ 20 อาศาเพื่อที่จะไปทำวัดเช้ากับรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน</p>
<p>พอเริ่มมีแสงสว่างจากท้องฟ้าสีน้ำเงินครามในตอนเช้า ก็เป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่านี่คงจะเป็นเวลาใกล้จะหกโมงแล้ว และสิ่งต่อไปที่เราจะต้องทำก็คือเป็นเด็กวัดเดินเท้าเปล่าตามพระบิณฑบาตร และอื่นๆ ตามที่เด็กวัดสมควรจะทำไปอีกสองถึงสามวัน</p>
<p>วันนี้ก็ยังเป็นวันธรรมดาๆหนึ่งวัน แต่ก็แอบดีใจที่ยังมีคนหนึ่งคน โทรมาบอกให้มีความสุขพร้อมกับพูดขึ้นว่า " มึงไปทำบ้าอะไรที่นั่นวะ " และอีกหนึ่ง sms กับข้อความดีๆที่เก็บเอาไว้เหมือนทุกๆปีที่เคยทำ</p>
<p>วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2552<br />
กิจกรรมทุกๆอย่างก็ยังเหมือนกับวันแรกๆ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือการได้มาอยู่ที่นี่ ทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง รวมไปถึงสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ที่น่าจะเรียกว่า " โชคชะตา "  และ " ความบังเอิญ " คำนิยามสั้นๆที่อาจจะมีรากฐานมาจากความตั้งใจ และสมมุติขึ้นมาเพื่อที่จะเรียกใช้กับเหตุเการณ์ที่เราไม่คาดคิด</p>
<p>วันที่ 9  กุมภาพันธ์ 2552<br />
เดินทางถึงกรุงเทพตอนตี 5 อย่างปลอดภัย</p>
<p>ปล.บอกตามตรงว่าการเดินทางไกลครั้งนี้ ทำให้ผมเชื่อเรื่อง " โชคชะตา " มากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

