<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>kakazz &#187; Diary</title>
	<atom:link href="http://www.kakazz.com/blog/category/me/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kakazz.com/blog</link>
	<description>บล๊อคของกั๋ก</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 May 2011 12:03:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>119 &#124; Chanthaburi แบบช้า ช้า</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Jan 2011 14:51:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1549</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เราเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยตัวคนเดียว แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เดินทางคนเดียวอีกตามเคย (อีกแล้ว) และแล้วปีใหม่ปีนี้ ที่เราพยายามบอกคนอื่นว่าจะไม่ไปไหน จะนอนอยู่บ้านอย่างเดียว ก็มีอันเป็นหมันด้วยความแอบน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่าง เลยแอบหนีเดินทางเพียงลำพัง ...ฟังแล้วดูเหงาๆชอบกลนะ ฮ่าๆๆ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการพักผ่อนก็ว่าได้ ก็เราไปคนเดียวนี่นา ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องแคร์ใคร อยากไปไหนก็ไป อยากอยู่ตรงไหนนานๆก็ทำได้ จันทบุรีเป็นเมืองๆหนึ่งที่ผมอยากไปมากนานแล้ว ส่วนสาเหตุที่อยากไป อาจเป็นเพราะรูปถ่ายของช่างภาพคนนึงใน flickr ที่ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว เลยอิจฉาอยากไปบ้าง (เด็กขี้อิจฉานี่นา) การเดินทางเริ่มต้นด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงข้างๆห้างเซนจูรี่ด้วยราคา 200 บาทต่อคน การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงไม่ต่างกับการนั่งรถไปมหาลัยที่เพชรบุรี ทันใดที่ล้อรถตู้เริ่มหมุนผมก็เริ่มกินยาแก้เมารถทันที เพราะด้วยสาเหตุที่ว่าเมื่อคืนนอนน้อยและมีปาตี้ปีใหม่กับพี่ๆในวงดนตรีด้วยกัน และหนึ่งในนั้นมีคนนึงไปเรียนบาร์เทนเดอร์มา และกำลังจะไปทำงานในโรงแรมมีชื่อที่ภูเก็ตเร็วๆนี้ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้คืนก่อนวันเดินทางจึงไม่ต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านี้ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังลงจากรถตู้ด้วยความมึนงง และสงสัยว่าเรายืนอยู่ตรงไหนบนโลกนี้ ในตอนนั้นเองมีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นแลนมาร์คชัดๆอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ ห้างโรบินสันจันทบุรี แต่จะว่าไปแล้วอย่าหาวว่าไม่ทำการบ้านมา ผมน่ะทำมาเป็นอย่างดีแต่พอมาถึงที่กลับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าจะว่ากันตามตรง จริงๆแล้วเราจำตำแหน่งผิดกันนิดหน่อย แต่มันก็ไม่นิดหน่อย เพราะพึ่งมารู้ทีหลังว่ามันอยู่คนละฝากเมืองกันเลย สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการนั่งมอ'ไซรับจ้างไปยังที่พักด้วยราคา 40 บาท ทั้งๆที่ตอนแรกกะว่าจะเดินไปที่พักแบบชิลๆ พี่วินมอ'ไซ อัธญาสัยดีมาก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างดีทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเลย และโฆษณาเป็นการปิดท้ายว่า ถ้าอยากไปไหนให้โทรหาเค้า เดี๋ยวจัดให้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div  style="text-align: center;"  class="xmlgmdiv" id="xmlgmdiv_1"><iframe class="xmlgm" id="xmlgm_1" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/plugins/xml-google-maps/xmlgooglemaps_show.php?mygooglemapid=1" style="border: 0px; width: 500px; height: 350px;" name="Google_My_Map" frameborder="0"></iframe></div>
<p><a href="http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&amp;hl=en&amp;msa=0&amp;msid=206283796507798297214.00049898e9ba07135fadb&amp;ll=12.608941,102.111697&amp;spn=0.015349,0.014076&amp;source=embed" style="color:#0000FF;text-align:left"></a></p>
<p>ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เราเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยตัวคนเดียว แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เดินทางคนเดียวอีกตามเคย (อีกแล้ว)</p>
<p><span id="more-1549"></span>และแล้วปีใหม่ปีนี้ ที่เราพยายามบอกคนอื่นว่าจะไม่ไปไหน จะนอนอยู่บ้านอย่างเดียว ก็มีอันเป็นหมันด้วยความแอบน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่าง เลยแอบหนีเดินทางเพียงลำพัง ...ฟังแล้วดูเหงาๆชอบกลนะ ฮ่าๆๆ</p>
<p>การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการพักผ่อนก็ว่าได้ ก็เราไปคนเดียวนี่นา ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องแคร์ใคร อยากไปไหนก็ไป อยากอยู่ตรงไหนนานๆก็ทำได้</p>
<p>จันทบุรีเป็นเมืองๆหนึ่งที่ผมอยากไปมากนานแล้ว ส่วนสาเหตุที่อยากไป อาจเป็นเพราะรูปถ่ายของช่างภาพคนนึงใน flickr ที่ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว เลยอิจฉาอยากไปบ้าง (เด็กขี้อิจฉานี่นา) การเดินทางเริ่มต้นด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงข้างๆห้างเซนจูรี่ด้วยราคา 200 บาทต่อคน การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงไม่ต่างกับการนั่งรถไปมหาลัยที่เพชรบุรี</p>
<p>ทันใดที่ล้อรถตู้เริ่มหมุนผมก็เริ่มกินยาแก้เมารถทันที เพราะด้วยสาเหตุที่ว่าเมื่อคืนนอนน้อยและมีปาตี้ปีใหม่กับพี่ๆในวงดนตรีด้วยกัน และหนึ่งในนั้นมีคนนึงไปเรียนบาร์เทนเดอร์มา และกำลังจะไปทำงานในโรงแรมมีชื่อที่ภูเก็ตเร็วๆนี้ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้คืนก่อนวันเดินทางจึงไม่ต้องอธิบายอะไรไปมากกว่านี้</p>
<p>เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังลงจากรถตู้ด้วยความมึนงง และสงสัยว่าเรายืนอยู่ตรงไหนบนโลกนี้ ในตอนนั้นเองมีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นแลนมาร์คชัดๆอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ ห้างโรบินสันจันทบุรี แต่จะว่าไปแล้วอย่าหาวว่าไม่ทำการบ้านมา ผมน่ะทำมาเป็นอย่างดีแต่พอมาถึงที่กลับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าจะว่ากันตามตรง จริงๆแล้วเราจำตำแหน่งผิดกันนิดหน่อย แต่มันก็ไม่นิดหน่อย เพราะพึ่งมารู้ทีหลังว่ามันอยู่คนละฝากเมืองกันเลย สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการนั่งมอ'ไซรับจ้างไปยังที่พักด้วยราคา 40 บาท ทั้งๆที่ตอนแรกกะว่าจะเดินไปที่พักแบบชิลๆ</p>
<p>พี่วินมอ'ไซ อัธญาสัยดีมาก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างดีทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเลย และโฆษณาเป็นการปิดท้ายว่า ถ้าอยากไปไหนให้โทรหาเค้า เดี๋ยวจัดให้ ...จะว่าไปแล้วเค้าคงดูออกว่าเป็นนักท่องเที่ยว จริงๆก็น่าจะดูออกล่ะ</p>
<p>เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ แต่ระยะทางก็สมราคากับ 40 บาทจริงๆ เพราะมันไกลกว่าที่คิดไว้มาก แถมจำเส้นทางไม่ได้อีกเพราะพี่แกเล่นซอกแซกซอยเล็กซอยน้อยจนมึนไปหมด ทำให้แผนในการเดินไปขึ้นรถตู้ในวันกลับเป็นอันล้มเหลว หลังจากที่จ่ายเงินและหันหลังเดินเข้าโรงแรม เราก็พบว่าที่พักที่นี่ช่างดูดีกว่าที่คิดไว้ แถมใกล้กับทุกๆที่ ที่เราอยากไปด้วยการเดินเพียงไม่กี่นาที ทำให้รู้สึกว่าการจ่ายเงินค่าที่พัก 800บาท ต่อคืนถือว่าค่อนค้างคุ้มมาก แนะนำเลยครับที่นี่ โรงแรมเกษมศานต์ เบอร์โทร 039311100 // ห้องมีระเบียงอยู่ที่ 880 บาท ถ้าเอาอาหารเช้าสำหรับสองคน + 200 บาท (ตอนโทรไปคุยเรื่องรายละเอียดลืมถามราคาสำหรับคนเดียว แต่คิดเอาเองว่าน่าจะ 100 บาท)</p>
<p>หลังจากที่พักผ่อนหลบแดนตอนกลางวันที่แสนร้อนอยู่ในห้อง ก็เริ่มออกเดินสำรวจในตอนบ่ายๆทันที ช่วงนี้คิดว่าน่าจะเป็นโชคดีของผมก็ว่าได้ เพราะมาในช่วงปีใหม่พอดี เลยดูไม่ค่อยวุ่นวายสักเท่าไหร่ เงียบได้ดั่งใจ แถมมีงานกาชาดประจำปีในตอนเย็นที่จัดอยู่ใกล้ๆโรงแรมอีกด้วย</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315368085/" title="IMGP2341 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5249/5315368085_e08ef1168c.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2341" /></a><br />
โบสถ์คริสพระนางมารีอา ที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315951634/" title="IMGP2317 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5006/5315951634_10624d3988.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2317" /></a><br />
ภายในโบสถ์เงียบสงบมากหรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมมาช่วงปีใหม่</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315343717/" title="IMGP2303 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5247/5315343717_26450773f9.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2303" /></a><br />
ผมนั่งชมความสวยงามอยู่ข้างในโบสถ์ค่อนข้างนานเลยทีเดียว</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315577377/" title="Location filming. by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5162/5315577377_9041bb7283.jpg" width="500" height="333" alt="Location filming." /></a><br />
สถานที่นี้ล่ะที่ทำให้ผมอยากไปถ่ายบ้าง</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315393651/" title="เมาไม่ขับ by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5050/5315393651_59927dd72a.jpg" width="500" height="333" alt="เมาไม่ขับ" /></a><br />
อาจจะเงียบเหงาจริงๆ</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315972348/" title="IMGP2405 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5084/5315972348_30268e47ce.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2405" /></a><br />
ตกเย็นกินข้าวในตลาดโต้รุ่งและเดินดูงานกาชาดประจำปีที่สนามกีฬา</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5315385241/" title="IMGP2409 by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5003/5315385241_67f13ba176.jpg" width="500" height="333" alt="IMGP2409" /></a><br />
มีเกมจับปลาที่ต้องใช้ที่ช้อนกระดาษตัก เหมือนกับงานวัดในหนังญี่ปุ่นด้วย</center></p>
<p>ปล.1การมาครั้งนี้ จะว่าไปแล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ คือในตัวเมืองก็ไม่ได้มีอะไรมาก เหมาะกับการมาเช้าเย็นกลับซะมากกว่า แต่ถ้าจะมาพักผ่อน เดินอยู่ในเมืองเก่าแบบเงียบๆก็ถือว่าโอเคเลยครับ<br />
ปล.2 ผมได้ทำแผนที่คร่าวๆไว้เผื่อจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะมีแผนเดินทางไปยังตัวเมืองจันทบุรีไม่มากก็น้อย<br />
ปล.3 สำหรับคนที่อยากจะนั่งมอ'ไซ รับจ้างไปที่คิวรถตู้หลังห้างโรบินสันในราคาถูก อาจจะต้องลองเดินไปหาในตลาดโต้รุ่งดูครับ ตอนนั้นผมขึ้น 20บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/08/chanthaburi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>118 &#124; Formula one</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 15:14:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยนัก ถ้าอายุเกินร้อยปีก็อาจจะได้เห็นเป็นครั้งที่สอง แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่กรุงเทพจะมีกิจกรรมดีๆให้ชมกัน ในปีนี้ทีม Formula one ของ Red bull ได้แชมป์โลก เลยนำนักแข่งและรถมาออกวิ่งโชว์ตัวบนถนนราชดำเนินแบบตัวเป็นๆ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองในหลวงครองราช 60 ปี ซึ่งจะว่ากันไปแล้ว โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนักที่จะได้เห็นรถ F1 วิ่งบนถนนกรุงเทพ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5271228908/" title="Rajdumnern Rd. by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5046/5271228908_d78e49c8e3.jpg" width="500" height="332" alt="Rajdumnern Rd." /></a></center></p>
<p>ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยนัก ถ้าอายุเกินร้อยปีก็อาจจะได้เห็นเป็นครั้งที่สอง แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่กรุงเทพจะมีกิจกรรมดีๆให้ชมกัน</p>
<p><span id="more-814"></span>ในปีนี้ทีม Formula one ของ Red bull ได้แชมป์โลก เลยนำนักแข่งและรถมาออกวิ่งโชว์ตัวบนถนนราชดำเนินแบบตัวเป็นๆ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองในหลวงครองราช 60 ปี ซึ่งจะว่ากันไปแล้ว โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนักที่จะได้เห็นรถ F1 วิ่งบนถนนกรุงเทพ</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5270617469/" title="Overlay by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5002/5270617469_293dbc035c.jpg" width="500" height="332" alt="Overlay" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5270607947/" title="Formula One on Bangkok Street by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5125/5270607947_5545ef77f1.jpg" width="500" height="333" alt="Formula One on Bangkok Street" /></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5271213492/" title="Car Drifting on Bangkok Street by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5001/5271213492_006f26e4eb.jpg" width="500" height="333" alt="Car Drifting on Bangkok Street" /></a></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2011/01/06/formula-one-bangkok-street/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>117 &#124; Thee Lor Sue แบบงงๆ</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Dec 2010 08:33:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/?p=824</guid>
		<description><![CDATA[รู้สึกได้ว่าช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยได้มีการวางแผนสักเท่าไหร่ แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีอยู่วันนึง รุ่นน้องที่เคยฝึกงานที่บริษัททักใน IM มาว่า "พี่... ไปทีลอซูไหม มีที่ว่างอยู่ที่เดียว" วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553 ทริปทัวร์ใจง่ายอย่างเรานัดรวมตัวที่ตึกอื้อจื่อเหลียงแถวๆถนนสีลมราวๆสองทุ่มเศษๆ และเริ่มเดินทางสู่จังหวัดตากตอนสามทุ่ม ด้วยรถตู้ขนาดใหญ่ที่เค้าเรียกกันว่ารถตู้วีไอพี ด้วยค่าราคาเหมา 9คน คนละ 3200 บาท (แถม 1 คน) วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2553 Burma camp เช้าตรู่เราก็เดินทางมาถึงอำเภออุ้งผาง เมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาที่เค้าว่ากันว่า ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมาก็จะไม่ได้มา ระหว่างทางรถขับผ่าน 1200 โค้งที่เค้าล่ำลือกันว่าถ้าไม่ได้อ้วกถือว่ามาไม่ถึง แต่เราก็นั่งรถผ่านไปแบบไม่รู้ตัวเพราะมันมืดจนมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง เวลาเกือบๆเที่ยงก็เดินทางมาถึงที่พัก เรามีเวลาเตรียมตัวกันไม่มากหลังจากทานข้าวเที่ยงแบบง่ายๆที่เค้าจัดให้ ก่อนล่องแก่งไปทีลอซูด้วยเส้นทางน้ำตกทีลอจ่อ ล่องแก่ง ทีลอจ่อ เส้นทางน้ำตกทีลอจ่อจริงๆแล้วเป็นเส้นทางที่มีความเชี่ยวของน้ำอยู่ที่ระดับ 1-2 ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร แต่สำหรับคนที่เอากล้องถ่ายรูปที่ไม่สามารถกันน้ำได้อาจจะต้องระวังกันเป็นพิเศษ เพราะระหว่างสองข้างทาง มีบางช่วงที่ผ่านละอองน้ำและน้ำตกขนาดเล็กเป็นระยะๆ ระหว่างทางจาก Camp ขึ้นน้ำตกทีลอซูในเช้าวันใหม่ นั่งอยู่บ้านอาจจะได้เห็นแค่ชั้นเดียว แต่ถ้ามาอาจจะได้เห็นมากกว่าหนึ่งชั้น เกาะกลางน้ำตกทีลอซู ที่น้อยคนนักจะเดินข้ามไป เช้าวันสุดท้ายที่บนยอดดอยหัวหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5204401682/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4113/5204401682_ac56f21c4f.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a></center></p>
<p>รู้สึกได้ว่าช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยได้มีการวางแผนสักเท่าไหร่ แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มีอยู่วันนึง รุ่นน้องที่เคยฝึกงานที่บริษัททักใน IM มาว่า "พี่... ไปทีลอซูไหม มีที่ว่างอยู่ที่เดียว"</p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553<br />
ทริปทัวร์ใจง่ายอย่างเรานัดรวมตัวที่ตึกอื้อจื่อเหลียงแถวๆถนนสีลมราวๆสองทุ่มเศษๆ และเริ่มเดินทางสู่จังหวัดตากตอนสามทุ่ม ด้วยรถตู้ขนาดใหญ่ที่เค้าเรียกกันว่ารถตู้วีไอพี ด้วยค่าราคาเหมา 9คน คนละ 3200 บาท (แถม 1 คน)</p>
<p><span id="more-824"></span>วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2553<br />
<center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5204385296/" title="Burma Camp - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4113/5204385296_8408ba31be.jpg" width="500" height="333" alt="Burma Camp - Tak, Thailand" /></a><br />
Burma camp</center><br />
เช้าตรู่เราก็เดินทางมาถึงอำเภออุ้งผาง เมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาที่เค้าว่ากันว่า ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมาก็จะไม่ได้มา ระหว่างทางรถขับผ่าน 1200 โค้งที่เค้าล่ำลือกันว่าถ้าไม่ได้อ้วกถือว่ามาไม่ถึง แต่เราก็นั่งรถผ่านไปแบบไม่รู้ตัวเพราะมันมืดจนมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง</p>
<p>เวลาเกือบๆเที่ยงก็เดินทางมาถึงที่พัก เรามีเวลาเตรียมตัวกันไม่มากหลังจากทานข้าวเที่ยงแบบง่ายๆที่เค้าจัดให้ ก่อนล่องแก่งไปทีลอซูด้วยเส้นทางน้ำตกทีลอจ่อ</p>
<p><center><object type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/jUV5lFsk1Ik&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/jUV5lFsk1Ik&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="wmode" value="transparent" /></object><br />
ล่องแก่ง ทีลอจ่อ</center></p>
<p>เส้นทางน้ำตกทีลอจ่อจริงๆแล้วเป็นเส้นทางที่มีความเชี่ยวของน้ำอยู่ที่ระดับ 1-2 ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร แต่สำหรับคนที่เอากล้องถ่ายรูปที่ไม่สามารถกันน้ำได้อาจจะต้องระวังกันเป็นพิเศษ เพราะระหว่างสองข้างทาง มีบางช่วงที่ผ่านละอองน้ำและน้ำตกขนาดเล็กเป็นระยะๆ</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5209193617/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4087/5209193617_0b8188ecec.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a><br />
ระหว่างทางจาก Camp ขึ้นน้ำตกทีลอซูในเช้าวันใหม่</p>
<p><object type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/-2v7_hChlXk&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/-2v7_hChlXk&fs=1&rel=0&hd=1&showinfo=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="wmode" value="transparent" /></object><br />
นั่งอยู่บ้านอาจจะได้เห็นแค่ชั้นเดียว แต่ถ้ามาอาจจะได้เห็นมากกว่าหนึ่งชั้น</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5209119795/" title="Thee Lor Sue - Tak, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5044/5209119795_68f2a19b2f.jpg" width="500" height="333" alt="Thee Lor Sue - Tak, Thailand" /></a><br />
เกาะกลางน้ำตกทีลอซู ที่น้อยคนนักจะเดินข้ามไป</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5201628042/" title="Doi Hua Mod - Umphang, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5250/5201628042_c1105f67df.jpg" width="500" height="333" alt="Doi Hua Mod - Umphang, Thailand" /></a><br />
เช้าวันสุดท้ายที่บนยอดดอยหัวหมด</center></p>
<p>My Flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625438679126/with/5209119795/">http://www.flickr.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thee-lor-sue-waterfall-tak-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>116 &#124; International Street Show 2010</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 18:41:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Festival]]></category>
		<category><![CDATA[Street Show]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1539</guid>
		<description><![CDATA[Bencha Theater เป็นปีที่ 3 แล้วที่กรุงเทพจะมีงานดีๆที่จะถูกจัดขึ้นก่อนปีใหม่ และเช่นเคย ผมก็ยังมานั่งรอ ก่อนจะถึงเวลาแสดงต่างๆ ...คิดไปคิดมาก็เนิร์ดดีนะ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง การแสดง เวลาแสดง และตารางเวลา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้ชมและนักแสดงที่ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองถึงสามปีไม่รวมนักแสดงไทย ( คิดเอาเอง ) Solsora Acrobuffos My Flickr Album : http://www.flickr.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5252065090/" title="Bencha Theater by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5050/5252065090_60c0072ff8.jpg" width="500" height="333" alt="Bencha Theater" /></a><br />
Bencha Theater</center></p>
<p>เป็นปีที่ 3 แล้วที่กรุงเทพจะมีงานดีๆที่จะถูกจัดขึ้นก่อนปีใหม่ และเช่นเคย ผมก็ยังมานั่งรอ ก่อนจะถึงเวลาแสดงต่างๆ ...คิดไปคิดมาก็เนิร์ดดีนะ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง</p>
<p><span id="more-1539"></span>การแสดง เวลาแสดง และตารางเวลา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้ชมและนักแสดงที่ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ทุกๆ สองถึงสามปีไม่รวมนักแสดงไทย ( คิดเอาเอง )</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5252185812/" title="Solsora by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5283/5252185812_02b5a70a3b.jpg" width="500" height="333" alt="Solsora" /></a><br />
Solsora</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5251771348/" title="Acrobuffos by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5203/5251771348_d06436b138.jpg" width="500" height="333" alt="Acrobuffos" /></a><br />
Acrobuffos</center></p>
<p>My Flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625569800878/with/5252185812/">http://www.flickr.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/thailand-international-street-show-in-bangkok-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>115 &#124; Monkey Buffet Festival</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 18:00:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lopburi]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1524</guid>
		<description><![CDATA[โต๊ะจีนลิงจัดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี และนี่ก็เป็นอีกงานที่ผมอยากไปมานานมากแล้ว เพราะด้วยระยะทางที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ถ้าเน้นเร็วก็เดินทางด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟชั้นสามจากสถานีรถไฟหัวลำโพงก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมง ภายในงานการให้อาหารลิง จะแบ่งเป็นรอบๆประมาณ 3 ถึง 4 รอบ ซึ่งถ้าอยากจะมาดูลิงขึ้นโต๊ะจีนจริงๆอาจจะต้องตื่นแต่เช้า มาดูรอบแรกประมาณ 9 โมง เพราะถ้ามาสายหน่อยลิงอาจจะเริ่มอิ่มกัน ดูไม่ค่อยคึกคัก อีกอย่างถ้าไปงานโต๊ะจีนลิง บางทีถ้ามีเวลาเหลือในช่วงตอนเย็นอาจจะได้เที่ยวงานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ที่ใกล้ๆกับพระปรางค์สามยอดเป็นการปิดท้ายทริป ; ) ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถไฟ จะมีของอร่อยๆให้กินระหว่างทางมากมาย ลิงที่ลพบุรีค่อนข้างน่ารัก ขี้เล่น ไม่เหมือนที่อื่น งานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย My flickr Album : http://www.flickr.com ข้อมูลเพิ่มเติม รถตู้อยู่ตรงอนุเสาวรีย์ชัยกับอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟลพบุรี รถออกตั้งแต่ตี 3 จนถึง 2 ทุ่ม // tell.0813812031, 036422552 รถไฟชั้น 3 มีรอบ 9.30 (จากหัวลำโพง) 17.30 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5214870708/" title="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5042/5214870708_9ae5024f47.jpg" width="500" height="333" alt="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand" /></a></center></p>
<p>โต๊ะจีนลิงจัดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี และนี่ก็เป็นอีกงานที่ผมอยากไปมานานมากแล้ว เพราะด้วยระยะทางที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ถ้าเน้นเร็วก็เดินทางด้วยรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟชั้นสามจากสถานีรถไฟหัวลำโพงก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมง</p>
<p><span id="more-1524"></span>ภายในงานการให้อาหารลิง จะแบ่งเป็นรอบๆประมาณ 3 ถึง 4 รอบ ซึ่งถ้าอยากจะมาดูลิงขึ้นโต๊ะจีนจริงๆอาจจะต้องตื่นแต่เช้า มาดูรอบแรกประมาณ 9 โมง เพราะถ้ามาสายหน่อยลิงอาจจะเริ่มอิ่มกัน ดูไม่ค่อยคึกคัก</p>
<p>อีกอย่างถ้าไปงานโต๊ะจีนลิง บางทีถ้ามีเวลาเหลือในช่วงตอนเย็นอาจจะได้เที่ยวงานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ที่ใกล้ๆกับพระปรางค์สามยอดเป็นการปิดท้ายทริป ; )</p>
<p><center><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5230548241/" title="Ice cream railway by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5204/5230548241_0baa4cfc10.jpg" width="500" height="333" alt="Ice cream railway" /></a><br />
ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถไฟ จะมีของอร่อยๆให้กินระหว่างทางมากมาย</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5214295877/" title="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4108/5214295877_868cba6e02.jpg" width="500" height="333" alt="Monkey Buffet Festival - Lopburi, Thailand" /></a><br />
ลิงที่ลพบุรีค่อนข้างน่ารัก ขี้เล่น ไม่เหมือนที่อื่น</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/5231088036/" title="Teddy shop by kakazz, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5244/5231088036_f8f1469f41.jpg" width="500" height="333" alt="Teddy shop" /></a><br />
งานฤดูหนาว โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย</center></p>
<p>My flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157625489317080/with/5214870708/">http://www.flickr.com</a></p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม<br />
รถตู้อยู่ตรงอนุเสาวรีย์ชัยกับอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟลพบุรี รถออกตั้งแต่ตี 3 จนถึง 2 ทุ่ม // tell.0813812031, 036422552<br />
รถไฟชั้น 3 มีรอบ 9.30 (จากหัวลำโพง) 17.30 (จากลพบุรี) // รอบต้องเช็คอีกทีกับสถานีรถไฟ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/12/30/monkey-buffet-festival-lopburi-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>114 &#124; Lamphun</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Sep 2010 15:52:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1481</guid>
		<description><![CDATA[เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้เกือบๆสองปีแล้ว แต่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นผมสามารถจำได้เกือบทุกรายละเอียด ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับจากลาว มาอยู่บ้านได้เกือบๆสองเดือน จนมีอยู่วันนึงได้มีโทรศัทพ์จากรุ่นพี่คนหนึ่งโทรมาบอกว่า... รุ่นพี่ : " เฮ้ยกูขนหนังสือถ่ายภาพจากที่บ้านมาให้แล้ว สูงเป็นตึกเลย จะขายก็เสียดาย มึงมาเลือกๆเอาไปแล้วกัน " ผม : " ครับๆ ได้ครับพี่ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเอาหนังสือแล้วกันนะพี่ พี่สะดวกช่วงไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้เข้าไปที่ออฟฟิต " รุ่นพี่ : " เดี๋ยวพี่ว่าจะไปซื้อของที่ห้างแปปนึงว่ะ ออฟฟิตคงไม่มีใครอยู่ ถ้าจะมาเลยก็มาเจอที่ห้างแล้วกัน " ผม : " โอเคพี่ งั้นเดี๋ยวผมไปเลยแล้วกัน " ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงบ่ายสาม ขณะที่แดดยังร้อนๆก็รีบออกจากบ้านทันทีเพื่อไปขนหนังสือขนาดหลายกิโลกรัมก่อนที่จะมืด เราเจอกันที่ห้างตามที่นัดแนะไว้ ระหว่างที่ซื้อของก็เกิดบทสนทนาสั้นๆได้ใจความว่า รุ่นพี่ : " เออเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะไปวัดที่ลำพูน ...ไปป่าว " ผม : " ไปทำอะไรพี่ ? " รุ่นพี่ : " [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/3279168750/" title="The NEXT by kakazz, on Flickr"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3355/3279168750_2645b2bf2b.jpg" width="493" height="500" alt="The NEXT" /></a><br />
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้เกือบๆสองปีแล้ว แต่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นผมสามารถจำได้เกือบทุกรายละเอียด ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับจากลาว มาอยู่บ้านได้เกือบๆสองเดือน จนมีอยู่วันนึงได้มีโทรศัทพ์จากรุ่นพี่คนหนึ่งโทรมาบอกว่า...</p>
<p><span id="more-1481"></span>รุ่นพี่ : " เฮ้ยกูขนหนังสือถ่ายภาพจากที่บ้านมาให้แล้ว สูงเป็นตึกเลย จะขายก็เสียดาย มึงมาเลือกๆเอาไปแล้วกัน "<br />
ผม : " ครับๆ ได้ครับพี่ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเอาหนังสือแล้วกันนะพี่ พี่สะดวกช่วงไหนล่ะ เดี๋ยวผมจะได้เข้าไปที่ออฟฟิต "<br />
รุ่นพี่ : " เดี๋ยวพี่ว่าจะไปซื้อของที่ห้างแปปนึงว่ะ ออฟฟิตคงไม่มีใครอยู่ ถ้าจะมาเลยก็มาเจอที่ห้างแล้วกัน "<br />
ผม : " โอเคพี่ งั้นเดี๋ยวผมไปเลยแล้วกัน "</p>
<p>ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงบ่ายสาม ขณะที่แดดยังร้อนๆก็รีบออกจากบ้านทันทีเพื่อไปขนหนังสือขนาดหลายกิโลกรัมก่อนที่จะมืด เราเจอกันที่ห้างตามที่นัดแนะไว้ ระหว่างที่ซื้อของก็เกิดบทสนทนาสั้นๆได้ใจความว่า</p>
<p>รุ่นพี่ : " เออเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะไปวัดที่ลำพูน ...ไปป่าว "<br />
ผม : " ไปทำอะไรพี่ ? "<br />
รุ่นพี่ : " ไปสร้างวัด "<br />
ผม : ไม่รู้ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่ แต่ก็ตอบกลับไปว่า " ไปดิพี่ "<br />
รุ่นพี่ : ทำท่าเหมือนจะอึ้งไปนิดนึง อาจจะงงว่าไอ้นี่คิดแล้วเหรอวะ แล้วก็พูดต่อว่า " เออดีๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน "</p>
<p>หลังจากขนหนังสือกองขนาดใหญ่กลับถึงบ้าน ก็บอกกับทุกคนที่บ้านว่า </p>
<p>ผม : " พรุ่งนี้จะไปลำพูนนะ ไปกับรุ่นพี่สักสามสี่วัน "<br />
แม่ : แม่ถึงกับงงว่าทำไมอยู่ๆก็ถึงไปแบบปุ๊บปับ แล้วถามต่อว่า " ไปทำอะไร... ฯลฯ "<br />
ผม : " รุ่นพี่เค้าไปสร้างวัด เลยขอไปด้วย อยู่บ้านเฉยๆไม่มีอะไรทำ "<br />
ทุกคน : ....</p>
<p>วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552<br />
เดินทางถึงวัดป่าที่ลำพูนประมาณเที่ยงคืน และเข้านอนที่ศาลาวัด</p>
<p>วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552<br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/3279170148/" ><img class="aligncenter"  src="http://farm4.static.flickr.com/3397/3279170148_8220c1a62f.jpg" width="488" height="500" /></a><br />
เช้าวันใหม่ที่ตื่นมาพร้อมกับสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคยถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าร้อนก็ตาม แต่ที่นี่ยังเย็นและหนาวกว่ากรุงเทพมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวผมล้วนเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่ และยังดำเนินไปตามปกติ มีแต่ผมคนเดียวที่คิดว่าไม่ปกติ เพราะวันนี้เป็นวันที่ตื่นเช้ามาก มากกว่าที่เคยๆทำมา หลังจากที่ผมลุกมานั่งได้สักพักก่อนที่จะทำใจเดินฝ่าอากาศที่เย็นเกือบ 20 อาศาเพื่อที่จะไปทำวัดเช้ากับรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน</p>
<p>พอเริ่มมีแสงสว่างจากท้องฟ้าสีน้ำเงินครามในตอนเช้า ก็เป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่านี่คงจะเป็นเวลาใกล้จะหกโมงแล้ว และสิ่งต่อไปที่เราจะต้องทำก็คือเป็นเด็กวัดเดินเท้าเปล่าตามพระบิณฑบาตร และอื่นๆ ตามที่เด็กวัดสมควรจะทำไปอีกสองถึงสามวัน</p>
<p>วันนี้ก็ยังเป็นวันธรรมดาๆหนึ่งวัน แต่ก็แอบดีใจที่ยังมีคนหนึ่งคน โทรมาบอกให้มีความสุขพร้อมกับพูดขึ้นว่า " มึงไปทำบ้าอะไรที่นั่นวะ " และอีกหนึ่ง sms กับข้อความดีๆที่เก็บเอาไว้เหมือนทุกๆปีที่เคยทำ</p>
<p>วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2552<br />
กิจกรรมทุกๆอย่างก็ยังเหมือนกับวันแรกๆ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือการได้มาอยู่ที่นี่ ทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง รวมไปถึงสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ที่น่าจะเรียกว่า " โชคชะตา "  และ " ความบังเอิญ " คำนิยามสั้นๆที่อาจจะมีรากฐานมาจากความตั้งใจ และสมมุติขึ้นมาเพื่อที่จะเรียกใช้กับเหตุเการณ์ที่เราไม่คาดคิด</p>
<p>วันที่ 9  กุมภาพันธ์ 2552<br />
เดินทางถึงกรุงเทพตอนตี 5 อย่างปลอดภัย</p>
<p>ปล.บอกตามตรงว่าการเดินทางไกลครั้งนี้ ทำให้ผมเชื่อเรื่อง " โชคชะตา " มากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/19/fate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>113 &#124; Vietnam again ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/06/vietnam-again-2/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/06/vietnam-again-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 15:21:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[hanoi]]></category>
		<category><![CDATA[Lao Cai]]></category>
		<category><![CDATA[Sapa]]></category>
		<category><![CDATA[Vietnam]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1291</guid>
		<description><![CDATA[1 พฤษภาคม 2553 รถไฟเทียบชานชาลาของสถานีเลาไกแบบชนิดไม่ทันตั้งตัวตอนเวลาประมาณตีสี่ ขณะที่ก้าวเท้าจากขั้นบันไดลงเหยียบพื้นดินก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นกว่าเมืองฮานอยอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยอุณภูมิที่ประมาณ 18-21 องศา (ในไทยประมาณ 36 องศาได้) นับตั้งแต่ย่างก้าวลงจากรถไฟด้วยความชุลมุนวุ่นวายของนายหน้ารถตู้ที่ตรงดิ่งเข้ามาเสนอราคาต่างๆนานาๆ จนในที่สุดก็มีฮีโล่เดินมาพร้อมส่งเสียงอันแสนไพรเราะมาว่า ไปซาปา 30,000 vnd เราต้องรอให้คนนั่งเต็มรถอีกประมาณ 1 ชั่วโมง บวกกับเวลาขับรถอีก 50 นาทีโดยประมาณ ด้วยเส้นทางที่แสนจะคดเคี้ยวที่จะเรียกได้ว่าเป็นน้องๆของเส้นทาง " หลวงพระบาง - วังเวียง " เลยก็ว่าได้ ...และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้คนข้างๆ ชาวเวียดนามที่มาพร้อมกับแฟนสาว เริ่มมีอาการอยากบิ้วให้คนรอบข้างอยากมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมบางอย่างด้วยความสมัครใจก่อนถึงเมืองซาปากลางหุบเขาด้วยความระทึก รถตู้ได้หยุดจอดหลังจากเหตุการณ์สุดสยองได้ผ่านไป เหลือเพียงแค่ก้าวขาลงจากรถตู้ตอนประมาณ 7 โมงเช้า สิ่งแรกที่สัมผัสได้คืออากาศที่เย็นพร้อมกับสายหมอกบางๆที่เกือบจะหายไปพร้อมแสงแดด และเกร้อ ชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมกับราคาที่พักแบบมิตรภาพว่า " เทศกาลแบบนี้หาห้องพักได้ยาก " หลังจากที่ต่อรองกันอยู่นานก็ได้ราคาสำหรับห้องพัก 1คืน/1ห้อง/4คน + พัก Home Stay กลางหุบเขาที่ TaVan Village 1คืน ในราคา 135$ และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4595967584/" title="IMG_0007 by kakazz, on Flickr"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3022/4595967584_9753b17f29.jpg" width="500" height="329" alt="IMG_0007" /></a></p>
<p>1 พฤษภาคม 2553<br />
รถไฟเทียบชานชาลาของสถานีเลาไกแบบชนิดไม่ทันตั้งตัวตอนเวลาประมาณตีสี่ ขณะที่ก้าวเท้าจากขั้นบันไดลงเหยียบพื้นดินก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นกว่าเมืองฮานอยอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยอุณภูมิที่ประมาณ 18-21 องศา (ในไทยประมาณ 36 องศาได้)</p>
<p><span id="more-1291"></span>นับตั้งแต่ย่างก้าวลงจากรถไฟด้วยความชุลมุนวุ่นวายของนายหน้ารถตู้ที่ตรงดิ่งเข้ามาเสนอราคาต่างๆนานาๆ จนในที่สุดก็มีฮีโล่เดินมาพร้อมส่งเสียงอันแสนไพรเราะมาว่า ไปซาปา 30,000 vnd</p>
<p>เราต้องรอให้คนนั่งเต็มรถอีกประมาณ 1 ชั่วโมง บวกกับเวลาขับรถอีก 50 นาทีโดยประมาณ ด้วยเส้นทางที่แสนจะคดเคี้ยวที่จะเรียกได้ว่าเป็นน้องๆของเส้นทาง " หลวงพระบาง - วังเวียง " เลยก็ว่าได้ ...และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้คนข้างๆ ชาวเวียดนามที่มาพร้อมกับแฟนสาว เริ่มมีอาการอยากบิ้วให้คนรอบข้างอยากมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมบางอย่างด้วยความสมัครใจก่อนถึงเมืองซาปากลางหุบเขาด้วยความระทึก</p>
<p>รถตู้ได้หยุดจอดหลังจากเหตุการณ์สุดสยองได้ผ่านไป เหลือเพียงแค่ก้าวขาลงจากรถตู้ตอนประมาณ 7 โมงเช้า</p>
<p>สิ่งแรกที่สัมผัสได้คืออากาศที่เย็นพร้อมกับสายหมอกบางๆที่เกือบจะหายไปพร้อมแสงแดด และเกร้อ ชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมกับราคาที่พักแบบมิตรภาพว่า " เทศกาลแบบนี้หาห้องพักได้ยาก " </p>
<p>หลังจากที่ต่อรองกันอยู่นานก็ได้ราคาสำหรับห้องพัก 1คืน/1ห้อง/4คน + พัก Home Stay กลางหุบเขาที่ TaVan Village 1คืน ในราคา 135$ และ 100$ สำหรับราคาในการเดินทางด้วยรถ 4 wheel ไปตลาด Buc Ha ที่เราจะต้องกลับไปตั้งต้นที่เลาไกและขับต่อไปอีกเป็นระยะทาง 38 กิโลเมตร รวมแล้วไปกลับเป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/05/IMAG0414-1024x613.jpg" alt="" width="500" height="299" /><br />
บรรยากาศตอนเช้าหลังห้องพัก</p>
<p><a title="IMG_0028 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590900614/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4065/4590900614_9354dbc8e7.jpg" alt="IMG_0028" width="500" height="335" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ร้านขายเครื่องเทศ</p>
<p><a title="IMG_0036 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590281199/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4041/4590281199_3e755eed2e.jpg" alt="IMG_0036" width="500" height="333" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ร้านขายเนื้อตากแห้ง</p>
<p><a title="IMG_0024 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590935972/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4069/4590935972_c5c95a268f.jpg" alt="IMG_0024" width="500" height="333" /></a></p>
<p style="text-align: center;">" Hey ! My Friend " คือเทคนิคการขายของแบบน่ารักๆที่ได้ผล</p>
<p><a title="IMG_0020 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590981840/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4050/4590981840_756e61d689.jpg" alt="IMG_0020" width="500" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สวนสาธารณะใกล้ๆ ที่ในช่วงหน้าหนาวจะเต็มไปด้วยหมอก</p>
<p><a title="IMG_0029 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590994842/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4023/4590994842_99e697c8ef.jpg" alt="IMG_0029" width="500" height="331" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจากมุมสูงแต่ไม่ที่สุด</p>
<p><a title="IMG_0002 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4595361851/"><img class="aligncenter" src="http://farm2.static.flickr.com/1420/4595361851_8b039c09f6.jpg" alt="IMG_0002" width="500" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ลานกิจกรรมที่บังเอิญช่วงที่ไป มีกิจกรรมทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาสองวัน</p>
<p><a title="IMG_0025 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4590989866/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4033/4590989866_d4c1295077.jpg" alt="IMG_0025" width="500" height="347" /></a></p>
<p style="text-align: center;">การละเล่นที่ใครๆก็รู้จัก</p>
<p style="text-align: center;"><a title="IMG_0006 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4595981466/"><img class="aligncenter" src="http://farm2.static.flickr.com/1016/4595981466_93606a2175.jpg" alt="IMG_0006" width="500" height="330" /></a><br />
ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที เมืองทั้งเมืองก็ถูกอ้อมล้อมไปด้วยหมอก</p>
<p>2 พฤษภาคม 2553<br />
เช้าวันใหม่ที่แสนหนาวพร้อมกับสายหมอกที่จับตัวเป็นกลุ่มก้อน ด้วยอุณหภูมิที่15 องศาโดยประมาณ</p>
<p><a title="IMG_0019 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591133762/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4020/4591133762_726e4f2308.jpg" alt="IMG_0019" width="500" height="326" /></a></p>
<p style="text-align: center;">การเดินทางฝ่าสายหมอกที่ความเร็ว 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงกับทางคตเคี้ยวแบบไม่มีเส้นแบ่งถนน</p>
<p><a title="IMG_0020 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591138514/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4001/4591138514_4d362de819.jpg" alt="IMG_0020" width="500" height="325" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เลยออกมานอกเมืองเลาไกเจอเค้าทำสันภูเขาป้องกันดินถล่ม</p>
<p><a title="IMG_0028 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591144862/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4018/4591144862_46301fd04c.jpg" alt="IMG_0028" width="500" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ถึงตลาด Bac ha ในช่วงเที่ยงๆ</p>
<p><a title="IMG_0034 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591149824/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4062/4591149824_2ca06f956e.jpg" alt="IMG_0034" width="500" height="335" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เด็กน้อยน่ารัก แต่เบลอ</p>
<p><a title="IMG_0039 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591153698/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4004/4591153698_7495081b5c.jpg" alt="IMG_0039" width="500" height="334" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ชาวบ้านจะมารวมตัวเล่นดนตรีกัน</p>
<p><a title="IMG_0005 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591605759/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4026/4591605759_77f5190322.jpg" alt="IMG_0005" width="500" height="329" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ตลาดที่นี่ขายทุกอย่าง</p>
<p><a title="IMG_0033 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4595399389/"><img class="aligncenter" src="http://farm2.static.flickr.com/1106/4595399389_bfd0813899.jpg" alt="IMG_0033" width="500" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ควายก็ขาย</p>
<p><a title="IMG_0015 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591617311/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4046/4591617311_e1127241f1.jpg" alt="IMG_0015" width="500" height="328" /></a></p>
<p style="text-align: center;">คนซื้อม้า</p>
<p><a title="IMG_0018 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4592244524/"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3302/4592244524_d7137f11b0.jpg" alt="IMG_0018" width="500" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: center;">คนขายม้า</p>
<p><a title="Boar by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4595992792/"><img class="aligncenter" src="http://farm2.static.flickr.com/1408/4595992792_da65c1e0cf.jpg" alt="Boar" width="500" height="333" /></a></p>
<p style="text-align: center;">คนขายหมู</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4596001792/" title="The Dog by kakazz, on Flickr"><img class="aligncenter" src="http://farm2.static.flickr.com/1392/4596001792_5c2d9e6733.jpg" width="329" height="500" alt="The Dog" /></a></p>
<p style="text-align: center;">คนขายหมา</p>
<p><a title="IMG_0024 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4591631621/"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3314/4591631621_0cd1228337.jpg" alt="IMG_0024" width="500" height="335" /></a></p>
<p style="text-align: center;">งานบวชที่วัดใกล้ๆกับตลาด</p>
<p>เค้าว่ากันว่าตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของชาวเขาเผ่าต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ และหลังจากที่สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวเขาที่หนึ่งอาทิตย์จะมีตลาดนี้สักหนึ่งครั้งแบบฉาบฉวยก่อนที่จะมืด พวกเราก็ต้องกลับไปตั้งต้นกันใหม่ที่ซาปาและเตรียมตัวเดินทางไป TaVan Village เพื่อจะเดินเขาในตอนเช้าของวันถัดไป</p>
<p>// จบการเดินทางของวันที่ 2 ...โปรติดตามตอนต่อไป ; p</p>
<p>ปล.ทริปนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่ระหว่างทาง แถมดองซะอืดเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/06/vietnam-again-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>112 &#124; Burma สัมผัสพม่าด้วยปลายจมูก</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/02/burma/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/02/burma/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 17:04:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Bago]]></category>
		<category><![CDATA[Burma]]></category>
		<category><![CDATA[Kyaikhtiyo]]></category>
		<category><![CDATA[Yangon]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1390</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีโอกาสเดินทางไปพม่า เหตุการณ์ตลอดการเดินทางมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดเวลา เรารู้สึกดีใจที่มีเพื่อนร่วมเดินทางดี ชาวบ้านและผู้คนในเมืองต่างๆที่คอยต้อนรับจนแทบจะเอาพรมแดงปูเดิน ...จากประสบการณ์ดีๆและแนวคิดใหม่ๆที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้จะไม่มีวันลืม การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆที่ผ่านๆมา เริ่มต้นจากประโยคสนทนาผ่านทางโปรแกรมแชทเพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษร ก่อนการเดินทางล่วงหน้าเพียงแค่สามเดือนด้วยโปรโมชั่น 0 บาทของแอร์เอียเชียที่นั่งลุ้นจนตัวโก่งด้วยราคาไปกลับย่างกุ้งคนละ 1600 บาทโดยประมาณ จากประโยคบอกเล่าต่างๆนาๆ ทั้งดีและไม่ดี เริ่มสะสมและวนเวียนไปมาอยู่ในหัว หลังจากที่ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเอาจริงๆแล้ว " พม่า " ก็เป็นอีกชื่อสั้นๆที่หลายๆคนอาจจะเกิดความกลัวและเตือนด้วยความหวังดีถึงภัยอันตรายต่างๆนาๆ ซึ่งไม่ต่างจากเราถ้าหากมีคนรู้จักหรือใครสักคนที่กำลังเดินทางไปประเทศแห่งนี้ แต่ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรผมก็ยังเชื่อคำพูดสั้นๆของ Tony wheeler ที่ส่งเสียงผ่านระบบสัญญาณดิจิตอลทางช่อง National Geographic ของ Turevision ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วยความบังเอิญก่อนการเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ว่า " เราจะไม่สามารถเขียนเรื่องนั้นได้เลย ถ้าสิ่งนั้นไม่ติดอยู่ที่ปลายจมูก " (ขอรวบรัดตัดตอนเป็นข้อๆแทนการเขียนแบบบรรยาย) วันที่ 24 มิถุนายน 2553 เริ่มประชุมผ่านทางอีเมลเกี่ยวกับ สถานที่น่าสนใจ เส้นทางการเดินทางแบบคร่าวๆในรูปแบบต่างๆ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 เริ่มมีการประชุมสรุปแผนการเดินทางผ่าน google doc ก่อนการเดินทางเพียงไม่กี่วัน วันที่ 12 สิงหาคม 2553 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="Burma by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4806122761/"><br />
<img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4136/4806122761_db014caf96.jpg" alt="Burma" width="500" height="388" /></a><br />
เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีโอกาสเดินทางไปพม่า เหตุการณ์ตลอดการเดินทางมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดเวลา เรารู้สึกดีใจที่มีเพื่อนร่วมเดินทางดี ชาวบ้านและผู้คนในเมืองต่างๆที่คอยต้อนรับจนแทบจะเอาพรมแดงปูเดิน ...จากประสบการณ์ดีๆและแนวคิดใหม่ๆที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้จะไม่มีวันลืม</p>
<p><span id="more-1390"></span>การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆที่ผ่านๆมา เริ่มต้นจากประโยคสนทนาผ่านทางโปรแกรมแชทเพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษร ก่อนการเดินทางล่วงหน้าเพียงแค่สามเดือนด้วยโปรโมชั่น 0 บาทของแอร์เอียเชียที่นั่งลุ้นจนตัวโก่งด้วยราคาไปกลับย่างกุ้งคนละ 1600 บาทโดยประมาณ</p>
<p>จากประโยคบอกเล่าต่างๆนาๆ ทั้งดีและไม่ดี เริ่มสะสมและวนเวียนไปมาอยู่ในหัว หลังจากที่ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเอาจริงๆแล้ว " พม่า " ก็เป็นอีกชื่อสั้นๆที่หลายๆคนอาจจะเกิดความกลัวและเตือนด้วยความหวังดีถึงภัยอันตรายต่างๆนาๆ ซึ่งไม่ต่างจากเราถ้าหากมีคนรู้จักหรือใครสักคนที่กำลังเดินทางไปประเทศแห่งนี้</p>
<p>แต่ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรผมก็ยังเชื่อคำพูดสั้นๆของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Lonely_Planet">Tony wheeler</a> ที่ส่งเสียงผ่านระบบสัญญาณดิจิตอลทางช่อง National Geographic ของ Turevision ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วยความบังเอิญก่อนการเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ว่า " เราจะไม่สามารถเขียนเรื่องนั้นได้เลย ถ้าสิ่งนั้นไม่ติดอยู่ที่ปลายจมูก "</p>
<p>(ขอรวบรัดตัดตอนเป็นข้อๆแทนการเขียนแบบบรรยาย)</p>
<p>วันที่ 24 มิถุนายน 2553<br />
เริ่มประชุมผ่านทางอีเมลเกี่ยวกับ สถานที่น่าสนใจ เส้นทางการเดินทางแบบคร่าวๆในรูปแบบต่างๆ<br />
<img class="size-full wp-image-1397 aligncenter" title="Screen shot 2010-08-30 at 1.41.56 AM" src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/08/Screen-shot-2010-08-30-at-1.41.56-AM.png" alt="" width="500" height="377" /><br />
วันที่ 9 สิงหาคม 2553<br />
เริ่มมีการประชุมสรุปแผนการเดินทางผ่าน <a href="http://www.slideshare.net/kakmov/burma-plan">google doc</a> ก่อนการเดินทางเพียงไม่กี่วัน</p>
<p>วันที่ 12 สิงหาคม 2553 // วันเดินทาง<br />
<a title="DSC00723 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4904420737/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4141/4904420737_d67636f1b1.jpg" alt="DSC00723" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอน 13.30 น. ทุกคนก็มาถึงตามที่นัดหมายไว้กันตอนเวลา 14.00 น.</li>
<li>โดนัทชายหนุ่มผู้มาสายเพราะติดคุยงาน มาถึงตอน 15.30 น.</li>
<li>เครื่องบินเลท 15 นาทีจากเวลาปกติ 16.35 น.</li>
<li>เดินถึงเกท F1 ตอนเวลา 16.00 น.แต่ขึ้นเครื่องก่อนเวลาปิดเกท 1 นาที</li>
<li>ทุกอย่างไปได้สวยยกเว้นสภาพอากาศระหว่างทางที่อย่างน้อยๆก็แลดูน่ารักกว่ารถเมลล์เขียวเยอะ</li>
<li>ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ค่อยสู้ดี แต่เราก็มาถึงสนามบินที่ย่างกุ้งก่อนเวลาอันควรถึง 10 นาที</li>
<li>เวลาที่นี่ช้ากว่าไทย 30 นาที ดังนั้นเราใช้เวลาเดินทางเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมงโดยประมาณ</li>
<li>โชคดีที่เลือกทำ visa ที่สนามบิน เพราะทุกอย่างรวดเร็วเหมือนขึ้นทางด่วนแล้วปล่อยให้คนอื่นที่ทำ visa มาก่อนต้องทำตาระห้อยกับแถวที่ยาวเหยียด</li>
<li>เอเจนซี่จากโรงแรม Mountain Top ที่อินแขวนเดินมาทักและให้บัตรที่พักตามที่ตกลงกันไว้ทาง Skype ก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน พร้อมกับนำเงินสด $121 กลับไป</li>
<li>พนักงานจาก Beaty Land II พาขึ้น Taxi ที่พาเราส่งตรงถึงโรงแรมด้วยราคา $4 (ถูกเกินคาด) // ปกติอยู่ที่ $6 - $8</li>
<li>ที่พักราคา $21+$17=$38 สำหรับการจอง triple bed + double bed  ล่วงหน้าสองวันพร้อมอาหารเช้า</li>
</ul>
<p><a title="Night life by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4932550610/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4080/4932550610_856c14231a.jpg" alt="Night life" width="500" height="330" /></a></p>
<ul>
<li>เดินออกจากที่พักแบบมั่วๆ กับบรรยกาศที่มืดๆ ชื้นๆ และฝนตกปรอยๆตลอดทาง จนท้ายสุดไปยืนหยุดอยู่ตรงหน้าร้านอาหารอินเดียแห่งนึงที่มีสูตรผัดหมี่พิศดาร ที่ใส่แมลงวันหัวเขียวตัวเป้งหนึ่งตัวกับมัสมั่นขาไก่กระดูกโตและเนื้อวัวนุ่นนิ่มอย่างละหนึ่ง ที่แลดูแล้วเหมือนเค้าจะไม่นิยมทำอาหารด้วยน้ำกระทิกัน</li>
<li>น้ำอัดลมที่นี่ดูเหมือนจะมีอยู่ยี่ห้อเดียวคือ Star ที่รสชาติอาจจะเหมือนเอา Coke กับ Pepsi เทรวมกันสมดังชื่อ</li>
<li>พนักงานประมาณ 3-5 คน แย่งดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งร้านมีพวกเรานั่งอยู่โต๊ะเดียว</li>
<li>จะรู้สึกดีไหมนะ ที่มีคนอ้อมล้อมตลอดเวลากินข้าว</li>
<li>ค่าเสียหายมื้อแรกที่ย่างกุ้งเป็นเงิน 7200 Kyat</li>
<li>ระหว่างเดินทางกลับเริ่มรู้สึกถึงระบบการจำกัดสิทธิ์ใช้ไฟ ที่ทำให้บ้านเมืองเริ่มมืด</li>
<li>สะพานลอยที่นี่อาจจะไม่นิยมใช้เดินข้าม แต่ผู้คนส่วนใหญ่คาดว่าจะนิยมมานั่งเป็นคู่ๆ</li>
<li>เดินกลับถึงที่พักแบบมืดๆด้วยความตื่นเต้นตอนเวลา 22.00 น.</li>
</ul>
<p>วันที่ 13 สิงหาคม 2553 // เป้าหมายคือยอดเขา Kyaikhtiyo แห่งรัฐ Mon (ขอปรับเป็นเวลาพม่า)</p>
<p><a title="Yangon City by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4932551146/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4143/4932551146_b17bbc73b8.jpg" alt="Yangon City" width="500" height="333" /></a></p>
<ul>
<li>ตื่นนอนตอนเวลา 6.00 น. แบบงัวเงียและร้อนเพราะที่นี่ตัดแอร์ตอนเที่ยงคืนจนเหลือแต่พัดลม</li>
<li>ลงมาข้างล่างตอนเวลา 7.00 น. พร้อมอาการตื่นตะลึงกับอาหารเช้าที่โรงแรมจัดให้ถึงขนาดที่ว่าสามารถกินอิ่มไปได้อีกหลายวัน</li>
<li>อาหารเช้ามี ข้าวเหนียวผสมเม็ดบัวขนาด 2 คนหนึ่งจานแบบพูนๆ ขนมปังปึกใหญ่ กล้วย น้ำส้ม น้ำชา และไข่ดาว</li>
<li>สองสาวผู้ร่วมทริปที่กลับมาหลังจากการเดินสำรวจในตอนเช้า ก็ซื้อข้าวเหนียวที่แลดูแล้วน่าจะหนักประมาณครึ่งกิโลกรัมกลับมาด้วย</li>
<li>สรุปมื้อแรกในวันนี้ถึงขั้นจุก และแอบจิ๊กใส่ถุงออกไปด้วย</li>
<li>วันนี้เปลี่ยนแผนใหม่หมดทุกอย่าง จากตอนแรกที่จะไป Kyaikhtiyo ด้วยรถไฟ เปลี่ยนเป็นนั่งรถบัสแบบ Express แทน</li>
<li>7.30 น.รีบออกเดินทางไปแลกเงิน แต่ก็เช้าเกินไปสำหรับการแลกเงินที่ตึกซากุระ // เค้าบอกว่าเปิด 9.30 น.</li>
<li>ตักบาตรด้วยถุงข้าวเหนียวและกล้วยสองใบที่แอบจิ๊กมาจากโรงแรม</li>
<li>พวกเราเดินหาตัวแทนขายตั๋วจากคำบอกเล่าของพนักงานโรงแรมสักพักใหญ่</li>
<li>ทุกครั้งที่ถามเรามักจะได้คำตอบกลับมาว่า " ฝนตก รถหยุดวิ่ง "</li>
<li>ระหว่างทางเจอชายแปลกหน้า เสนอแลกเงินในราคางามตรงมุมตึก</li>
<li>ส่งนัทกับโดนัทไปแลกเงินที่ไหนสักแห่งกับชายแปลกหน้าที่เสนอตัวว่าให้ราคางาม กับระยะทางที่ต้องเดินต่ออีก 2 กิโลเมตรด้วยเรทตลาดมืดที่ $1 = 1000 Kyat</li>
<li>ท้ายสุดตกลงปลงใจไปตายเอาดาบหน้าที่ บขส. ซึ่งต้องนั่งรถ Taxi ออกจากตัวเมืองเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมงด้วยราคา 5000 Kyat</li>
<li>ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง ได้ตั๋วรถบัส Win Express รอบ 11.00 น. ด้วยราคาคนละ 7000 Kyat</li>
</ul>
<p><a title="Bus by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4932553932/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4079/4932553932_d3d1a5481d.jpg" alt="Bus" width="500" height="329" /></a></p>
<p><a title="Bus Ticket by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4932554736/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4098/4932554736_d533cfbbf6.jpg" alt="Bus Ticket" width="500" height="332" /></a></p>
<ul>
<li>อะไรที่อยู่ตามสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ราคาสินค้ามักขึ้นตามความต้องการ</li>
<li>ซาลาเปาลูกใหญ่อันละ 15บาท หรือ 500 Kyat</li>
<li>ขนมถุงขนาดเล็กที่มีหน้าตาและรสชาติคล้ายคลึงกับกร๊อบกรอบบ้านเรา และคาดว่าคุณตังโออิชิไม่น่าจะมาลงทุนเปิดตลาดที่นี่ก็ยังมีราคาอยู่ที่ 6บาท หรือ 200 Kyat</li>
<li>รถออกช้ากว่าปกติ 13 นาที ระหว่างทางฝนตกตลอดเวลา</li>
<li>นั่งไปสักพักแอร์เริ่มไม่มีลม และพนักงานก็พยายามจะบอกด้วยภาษามือว่าจงเปิดหน้าต่างซะ</li>
<li>ผมเริ่มพยายามเข้าใจว่าทำไมบริษัทรถทัวร์นี้ถึงชื่อ Win Express ...บางทีคำว่า Win อาจจะแผลงมาจากคำว่า Wind ก็เป็นได้</li>
<li>ไปๆมาๆ ผมเริ่มคิดสรุปเอาเองว่า รถ VIP ที่นี่ดีกว่า ป.3 บ้านเราตรงที่มีทีวีเอลซีดีที่เปิดให้ดูละคร dvd9 ตลอดการเดินทาง</li>
<li>ถึงแม้ละครจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ฮาหลอกหลอนตลอดทาง</li>
<li>Win Express ของเรารับผู้โดยสารเพิ่มตลอดทาง เมื่อที่นั่งเต็มจะมีเก้าอี้เสริมตรงทางเดิน และตรงบริเวณหน้ารถคือตั๋วยืน</li>
<li>ถึงแม้ว่าเราจะต่างกันด้วยภาษาแต่ชาวบ้านทุกคนมีน้ำใจ ยิ้มแย้ม และเป็นมิตรกว่าที่คิดไว้มาก</li>
<li>ตลอดการเดินทางผมสังเกตได้อย่างหนึ่งคือ ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ถือปิ่นโตเป็นแฟชั่น</li>
<li>และแล้วรถก็ขับผ่านป้ายเมือง Bago ตอนเวลา 12.30 น.</li>
<li>ตอนเวลา 16.00 น. พวกเราก็ถึงท่ารถ Kyaikhtiyo // พึ่งรู้ว่าสถานีรถไฟอยู่ด้านหลังท่ารถ เจ๋งดี</li>
<li>นั่งรถสองแถวไป Kimpun Camp ด้วยราคาที่รวมอยู่ในตั๋วรถบัสแล้ว</li>
<li>ระหว่างทางกล้องคู่ใจได้สิ้นชีพอย่างเงียบๆ ด้วยอาการชัตเตอร์ค้างอย่างสงบ</li>
<li>เมื่อถึง Kimpun Camp ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อใกล้มืด ระหว่างทางขึ้นเขาจะไม่มีไฟและอันตราย</li>
<li>ซวยซ้ำซ้อน เพราะฝนตกพาลไม่มีคนหาร</li>
<li>ทุกอย่างเร่งรีบและต้องตัดสินใจจนเป็นเหตุทำให้ อาจจะต้องหมัดมือเหมารถหมู หรือจะรอรถเที่ยวสุดท้ายตอนเวลา 18.00 น. แล้วจะต้องเสี่ยงเดินขึ้นเขาแบบมืดๆ ในราคาเต็มหารด้วยจำนวนคน</li>
<li>โชคดีเจอคนไทยที่เหมารถขึ้นเขาไว้ตอน 16.45 น. ด้วยคำพูดสั้นๆที่ว่า "เราเป็นคนไทยด้วยกันต้องช่วยเหลือกัน" ....ขอกราบขอบพระคุณจากใจจริงๆ</li>
<li>มีลูกเจ้าของภูเขาติดรถไปด้วยแบบงงๆ</li>
<li>นั่งรถขนหมู ขึ้นเขา ลงเขา เป็นเวลานานถึง ประมาณ 30 นาที</li>
<li>ลงเดินขึ้นเขาอีก 1 ชั่วโมง ท่ามกลางสายหมอกและเมฆฝนตลอดทาง</li>
<li>วันนี้ผิดแผนทุกอย่าง แต่ก็ยังดีที่เดินเท้าจนถึงยอดเขาก่อนมืดแบบวิดหวิว ตอนเวลา 18.15 น.</li>
<li>Check in, พักผ่อน, กินข้าว และเตรียมพร้อมขึ้น Golden Rock ในวันรุ่งขึ้น</li>
</ul>
<p>วันที่ 14 สิงหาคม 2553 // Golden Rock -&gt; รถขนหมู -&gt; นั่งรถเมลล์ -&gt; Bago</p>
<p><a title="Kyaikhtiyo by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4901560688/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4078/4901560688_0e21bf5c73.jpg" alt="Kyaikhtiyo" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>สภาพอากาศในเช้าวันนี้ถูกโอบกอดด้วยสายหมอกและละอองฝนตอนเวลา 5.00 น.</li>
<li>ทุกอย่างสวยงามถึงแม้จะไม่มีแสงแดด</li>
<li>8.00 น. เดินกลับที่พักด้วยความอิ่มเอิบ</li>
<li>10.00 น. เริ่มต้นเดินเท้าลงเขาด้วยเวลาที่ไม่ต่างจากขึ้นเขาสักเท่าไหร่</li>
<li>ที่นี่มีกฏว่าชาวพม่านั่งรถขนหมูขึ้นลงเขาได้ แต่ชาวต่างชาติต้องเดินเท่านั้น</li>
<li>ถึงจุดรับส่งรถขนหมูเข้าเมืองตอนเวลา 11.00 น. ด้วยราคาคนละ 1500 Kyat (Kimpun Camp) + 500 Kyat (ป้ายรถเมลล์หรือท่ารถในเมือง)</li>
<li>หลังจากลงรถขนหมู เหตุการณ์เริ่มชุลมุลเมื่อรถเมลล์เจ้าถิ่นแย่งลูกค้ากันด้วยราคาตั๋วเข้าเมือง Bago = 5000 Kyat</li>
<li>เกิดปากเสียงกันขึ้นนิดหน่อยระหว่างเพื่อนร่วมทริปกับพนักงานรถเมลล์เกี่ยวกับราคาที่แพงเกินควร</li>
<li>ท้ายสุดตกลงปลงใจด้วยราคาคนละ 3000 Kyat สำหรับรถเมลล์เปิดหน้าต่างติดพัดลมพร้อมที่นั่ง ที่มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว และเค้าจำใจต้องลุกให้ด้วยราคาตั๋วลมที่แพงกว่าตนแค่ 500 Kyat</li>
<li>นั่งไปสักพักเริ่มรู้ว่า รถเมลล์ระหว่างเมืองนั่งสบายกว่ารถบัส Express อยู่หลายขุม</li>
<li>รถวิ่งผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง และมีสิ่งเดียวที่เรารู้คือภาษามือ</li>
<li>เกือบทุกคนลงจากรถเมลล์ และพนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็เดินขึ้นรถ</li>
<li>คำพูดสั้นๆที่ได้ยินหลังจากที่ตรวจสอบเอกสารการเดินทางเสร็จก็คือคำว่า " สวัสดีครับ... มาเที่ยวเหรอครับ "</li>
<li>การถ่ายรูปพนักงานรัฐคือสิ่งที่ต้องห้าม แต่เราก็ทำ</li>
<li>ผ่านด่านตรวจอย่างปลอดภัยแบบเหว๋อๆ</li>
<li>หลังจากนั้นรถเมลล์ก็เริ่มโยกเยกไปมาตามจังหวะพื้นผิวของถนนประกอบกับเสียเพลงเอมวีที่เปิดจากแผ่น dvd9</li>
<li>เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ต้องลงรถแบบจำใจตอนเวลา 14.30 น.</li>
<li>ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่เท้าเหยียบลงพื้น พวกเราก็โดนรายล้อมไปด้วยพี่ๆวินสามล้อเทข้างที่เสนอราคามิตรภาพ คนละ 1000 Kyat</li>
<li>ไม่ว่ารถเครื่องหรือเทข้างราคาก็เท่ากัน ....แต่ไม่ล่ะ เราจะเดิน</li>
<li>สักพักมีเสียงสวรรณ์ลอยมาว่า จัดไปคนละ 500 Kyat มุ่งหน้าสู่ Mya Nada Hotel</li>
</ul>
<p><a title="รถเทข้าง by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4945071201/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4127/4945071201_4f98ab3416.jpg" alt="รถเทข้าง" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>Bago เป็นเมืองเล็กๆอย่างที่คาดคิดเอาไว้ ไม่วุ่นวาย เรียบง่าย สงบ เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงศัทธา</li>
<li>เมื่อส่งถึงที่หมายก็ถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงิน ณ เวลานั้นทำให้เรารู้ว่า 500 Kyat เป็นเงินที่มากมายขนาดนี้เลยหรือ...</li>
<li>เดินขึ้นไปชั้นสองของโรงแรมเพื่อเปิดห้อง 3 ห้องในราคาที่ถูกว่า 2 ห้อง พร้อมไม่เอาอาหารเช้าในราคา $27</li>
<li>อาน้อย บุคคลผู้ลือชื่อในวงการอินเตอร์เน็ต เดินเข้ามาเสนอแพคเกจเที่ยวทั่วเมืองแบบมีทริค</li>
<li>ด้วยเสียงส่วนใหญ่เลยตกลงไปกับอาน้อย หม่องผู้ไม่ชอบรัฐเข้าเส้นด้วยราคาคนละ $7</li>
<li>อาน้อยพาไปทานข้าวพื้นเมืองที่แลดูเหมือนจะสนิทชิดเชื้อกันมานาน</li>
<li>อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะเนื้อแพะ</li>
<li>อ้อ... ที่พม่าเค้าไม่ขายข้าวเปล่านะ เค้าแถมถ้าสั่งกับข้าวมากิน</li>
<li>อาน้อยเล่าเรื่องต่างๆนาๆ พร้อมทั้งบอกว่าอีกไม่เกิน 5 วันเมืองนี้น้ำท้วม</li>
<li>เค้าเล่าต่อว่า เมื่อไม่กี่ปีนี้พายุเข้า สะพานขาด คนตายเยอะแยะ แต่รัฐไม่ช่วยอะไรเลย</li>
<li>เราคุยเรื่องต่างๆนาๆตลอดทาง จนทำให้เรารู้ว่าอาน้อยก็ไม่ใช่คนเลวอะไร</li>
<li>การเดินทางครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าพึ่งสรุปตัดสินคนอื่นด้วยคำพูดปากต่อปาก แป้นพิมพ์ต่อแป้นพิมพ์</li>
<li>ตลอดการเดินทาง อาน้อยทำให้เรารู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับคนพม่า เสมือนอยู่มาแล้วหลายสิบเดือน</li>
<li>ที่นี่เราสามารถสังเกตฐานะได้จากการมีไฟฟ้าใช้ ยิ่งถ้ามีเครื่องปั่นไฟคือโคตรรวย</li>
<li>พยายามสรุปและพยายามเข้าใจว่าค่าครองชีพที่นี่น่าจะต่ำ เพราะสังเกตได้จากขอทาน และพระจำนวนมาก</li>
</ul>
<p><a title="Bago India Carnival by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4901551560/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4116/4901551560_be27e0e778.jpg" alt="Bago India Carnival" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>ระหว่างทาง โชคดีเจอเทศกาลลอยกระทงของอินเดียอย่างบังเอิญ</li>
<li>ทุกอย่าง ณ เวลานี้เหมือนกำลังถ่ายหนังสารคดีกันแบบสดๆ</li>
<li>แอบนึกเสียใจ กล้องไม่น่ารีบจากไปก่อนเวลาอันควร</li>
<li>ตกดึกเดินไปลองร้านอาหารใกล้ๆ ที่ปิดป้ายเปิปพิศดารจากประเทศไทยใหญ่เป้ง</li>
<li>แค่เดินเข้าไปก็แทบตกใจ พนักงานเป็นสิบรุมล้อมให้บริการกันที่เต็ม</li>
<li>หลังจากกินข้าวเสร็จก็นั่งมองหน้ากัน ...มันพิศดารยังไงวะ</li>
<li>จ่ายค่าพิศดารมื้อนี้ไปด้วยราคา $15.5 กับอีก 500 Kyat จากก้นกระเป๋ากองกลาง</li>
<li>ทุกๆอย่างในวันนี้จบลงด้วยความสุขแบบสุดๆ</li>
</ul>
<p>วันที่ 15 สิงหาคม 2553 // ตรงดิ่งสู่ Yangon ด้วยรถไฟ Express</p>
<p><a title="Bago by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4907719788/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4122/4907719788_de084bab62.jpg" alt="Bago" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>วันนี้ตื่น 7.00 น. แบบงงๆด้วยคำถามที่ว่าเมืองนี้ไม่คิดตัดไฟกันหรือยังไง</li>
<li>ทุกคนพร้อมใจตรงดิ่งไปยังตลาดที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อหวังจะยัดอะไรสักอย่างลงท้องในยามเช้า</li>
<li>ระหว่างทางเจอหมองูชาวพม่าที่แลดูแล้วลีลาเยอะกว่างูซะอีก</li>
<li>อดทนยืนดูอยู่ตั้งนาน งูไม่ยอมออกมาสักที เลยตัดสินใจเดินจากไปด้วยความหิว</li>
<li>8.00 น. เข้าไปแล้วก็ยังไม่มีร้านอาหารเปิด</li>
<li>เจอหม่องใจดีหน้าร้านกาแฟ ตรงเชิงสะพานไม้ชั่วคราวที่สร้างขึ้นหลังจากพายุถล่ม</li>
<li>โชคดีที่เค้าพอจะพูดไทยได้นิดหน่อย และ อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานจึงสรุปได้ว่าภาษาอังกฤษก็จะนิดหน่อยด้วย</li>
<li>ในเมื่อพอพูดได้เลยยิงคำถามตามหาร้านอาหารใน lonely planet ทันที</li>
<li>ท้ายสุดสื่อสารกันได้ความ พี่หม่องรีบพาไปยังหน้าร้านนั้นทันที ...แต่ก็ยังเช้าเกินไปสำหรับที่นี่</li>
<li>ด้วยอภิสิทธิ์หรืออะไรก็แล้วแต่ พี่หม่องคนนี้เปิดประตูร้านและดูท่าจะให้เจ๊ชาวจีน-พม่า เปิดร้านทันที</li>
<li>เข้าไปนั่งในร้านแบบ อ้ำๆ อึ้งๆ กันทั้งสองฝ่าย ....เมื่อนี้ตูจะได้กินไหมนะ</li>
<li>ด้วยงบประมาณที่จำกัดแทบจะทำอะไรกันไม่ได้ กับการสื่อสารที่สลับภาษามือ จึงตกลงปลงใจสั่งข้าวผัด กับไก่ทอดในราคา 5400 Kyat มาแบ่งกัน</li>
<li>พี่หม่องชวนคุยได้ใจความว่า เขาเคยไปอยู่เมืองไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว</li>
<li>คุยรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เฮฮากันไปทั้งเจ๊ ทั้งหม่อง ทั้งลูกสาว (น่ารักดี)</li>
<li>ทุกๆอย่างที่เคยฟังๆมาเกี่ยวกับพม่า ในตอนนี้ไม่ได้เป็นไปตามคำบอกเล่าอีกแล้ว</li>
<li>นัดกับอาน้อยตอนเวลา 10.00 น. ด้วยสามล้อเครื่องไปยังวัดที่มีพระสงฆ์เกือบ 1000 รูป ในราคาเหมา $4</li>
<li>วัดนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก และสิ่งที่พวกเรากระทำหรือกำลังจะกระทำอยู่นั้น ล้วนส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดูเสมือนสวนสัตว์ในพริบตา</li>
<li>อาน้อยบอกว่าเคยบวชอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว และจะพาไปหาเพื่อนของเขาที่เป็นอาจารย์ให้รู้จัก</li>
<li>กุฏิและที่ประชุมสงฆ์คือสิ่งต้องห้ามสำหรับทุกคน ...แต่เราก็ทำไปแล้ว</li>
<li>ภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้า ณ ขณะนั้นไม่สามารถหาคำอะไรมาเปรียบเปรยได้ ...อยากถ่ายรูปว่ะ</li>
<li>หลังจากนั้นพวกเราเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Bago ด้วยสามล้อเครื่องคันเดิมเป็นเวลา 10 นาที</li>
</ul>
<p><a title="Yangon Railway by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4901556886/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4120/4901556886_be32b85287.jpg" alt="Yangon Railway" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>ซื้อตั๋วรถไฟแบบ Express ไป Yangon แบบไม่จอดสถานีอะไรเลยด้วยราคานักท่องเที่ยวคนละ $3 พร้อมเลขที่นั่ง</li>
<li>ได้ข่าวมาว่านักท่องเที่ยวจะขึ้นได้เฉพาะบางขบวนเท่านั้น</li>
<li>สถานที่แห่งนี้ก็ห้ามถ่ายรูปเช่นกัน ...แต่เราก็ทำไปแล้ว</li>
<li>เจ้าหน้าที่บอกว่ารถไฟจะมาช้ากว่าปกติ 10 นาที จากเวลาปกติ 12.50 น.</li>
<li>เลท 10 นาทีก็คือ 10 นาทีจริงๆ บ่ายโมงตรงรถไฟเข้าชานชาลา</li>
<li>รถไฟ Express ของเค้าก็ไม่ต่างอะไรกับรถไฟชั้น 3 ของบ้านเรา แถมดีกว่าตรงที่ถึงที่หมายปลายทางตรงตามเวลา</li>
<li>วิวระหว่างทาง มีแต่ทุ่งสีเขียว สีเขียว และสีเขียว ตัดสลับนานๆทีกับวัดสีทองเหลืองอร่าม</li>
<li>สิ่งที่น่าสนุกที่สุดจนแทบหลับไม่ลงคือการนั่งทายจังหวะหลุมใต้ทางรถไฟ</li>
<li>ยังไม่ทันจะหลับ รถไฟก็พาเรามาถึงสถานี Yangon ตอนเวลา 15.00 น.</li>
<li>เดินเท้าดุ่มๆตามหม่องเพื่อหาทางออก</li>
<li>คืนนี้เราพักกันที่ Panorama Hotel ที่อยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟ ตามคำบอกเล่าของคนไทยที่นั่งคุยกันระหว่างอยู่บนเครื่องบิน</li>
<li>เปิดห้อง Triple bed + double bed ชั้น 8 ในราคา $45 + $35 - $10 = $70</li>
<li>เพราะวันนี้เป็นวันหยุด สรุปตลอดทริปไม่เคยไปแลกเงินที่ตึกซากุระเลย</li>
<li>เดินไปแลกเงินที่เก่า แต่ด้วยเพราะเหตุผลอะไรบางอย่างเกี่ยวกับท่าเรือ เราจึงได้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ $1 = 900 Kyat</li>
</ul>
<p><a title="Shwedagon Paya by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4948188201/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4106/4948188201_a17d6b1531.jpg" alt="Shwedagon Paya" width="375" height="500" /></a></p>
<ul>
<li>1500 Kyat สำหรับเดินทางไป Shwedagon Paya ด้วย Taxi ตอนเวลาประมาณ 17.00 น.</li>
<li>ค่าบัตรเข้าและถ่ายรูปคิดเหมารวมกัน ตกคนละ $5 แต่ถ้าจ่ายเป็น Kyat จะอยู่ที่ 6000 Kyat ด้วยเหตุค่าธรรมเนียมอะไรสักอย่าง</li>
<li>ที่นี่สวยงามมาก งามจริงๆ</li>
<li>พวกเรานั่งปักหลักกันอยู่ที่นี่จนเกือบๆ 21.00 น. ...นานซะจนได้รู้จักกับศิลปินชาวพม่าที่บินตรงไปขายงานศิลปะในไทยย่านประตูน้ำ</li>
<li>นั่งคุยกันถูกคอจนเค้าเอ่ยปากว่า ถ้ามีโอกาสหน้าจะพาไปเที่ยว</li>
<li>พอวัดปิด วงก็แตก บรรยากาศดีๆ ยังคงอยู่เหมือนเดิม</li>
<li>เอ่อ... ลืมบอกไปว่ากล้องพังอีกตัว</li>
<li>นั่งรถ Taxi ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อ YAKINIKU ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโรงแรมสองบล็อค ด้วยราคา 1500 Kyat จาก 2000 Kyat</li>
<li>ร้านที่นี่เตาก็คล้ายๆล็อคโฮมบ้านเรา แต่ต่างกันตรงที่มีพ่อครัวชาวพม่าเป็นคนยืนผัดเนื้อให้</li>
<li>แอบเห็นเจ้าของร้านที่นี่เป็นชาวญี่ปุ่น</li>
<li>อร่อยมาก เนื้อหมักได้ที่ ทุกอย่างลงตัว และไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือเนื้อแพะ ที่กินแล้วสามารถบินรอบโลกได้ถึงสามรอบใน 1 นาที</li>
<li>ค่าเสียหายมื้อนี้หมดไป 21600 Kyat</li>
<li>กลับที่พักด้วย Taxi ในราคา 1000 Kyat</li>
</ul>
<p>วันที่ 16 สิงหาคม 2553 // เดินรอบเมือง และเทพทันใจ</p>
<p><a title="DSC01141 by kakazz, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4910420813/"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4097/4910420813_5314f314d7.jpg" alt="DSC01141" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
<li>วันนี้ก็ตื่นแต่เช้าอีกเช่นเคยตอนเวลา 7.00 น.</li>
<li>อาหารเช้าของโรงแรมที่นี่ดีมากๆ มีเยอะหลายอย่างจนแทบกินไม่หมด</li>
<li>ไฮไลท์ของอาหารเช้าที่นี่คงจะเป็น โมหิงก้า ...เกี๋ยวเตี๋ยวเส้นเล็กหยิกหยอยใส่ปลาและเครื่องเทศอื่นๆตามฉบับพม่าแท้ๆ</li>
<li>9.00 น. เริ่มออกเดินทางไปวัดโบตาทาว วัดเทพทันใจอันลือชื่อด้วย Taxi ในราคา 1500 Kyat</li>
<li>รู้สึกเริ่มชอบเรื่อง Taxi ที่จะไปไหนก็ 1000-1500 Kyat</li>
<li>ค่าเข้าก็อยู่ที่ $2 ค่าถ่ายรูป $1 แถมบริการเฝ้ารองเท้าให้ฟรี</li>
<li>ของไหว้เทพทันใจ ราคาจะอยู่ที่ 3000 Kyat</li>
<li>หลังจากนั้นก็ บลา บลา บลา ฯล ฯ</li>
<li>กิจกรรมส่วนใหญ่ในวันนี้คือเดินสำรวจเมืองและซื้อของซะส่วนใหญ่</li>
</ul>
<p>วันที่ 17 สิงหาคม 2553 // นั่งเครื่องบินไปทำงาน</p>
<ul>
<li>ทุกท่านสามารถเข้าไปชมภาพอันน้อยนิดของผมได้ที่ : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157624531360326/with/4904377967/" target="_blank">Flickr</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/09/02/burma/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>111 &#124; Kodak EIR</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/27/kodak-eir/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/27/kodak-eir/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jun 2010 16:41:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1369</guid>
		<description><![CDATA[คิดว่าจะตั้งชื่อหัวแบบอะไรที่มันสุดๆ แต่ท้ายสุดก็ยังหาคำเปรียบเปรยที่ถูกใจไม่ได้เสียที จะว่าไปแล้วต้นเหตุของการได้ภาพชุดนี้เกิดจากบทสนทนาเมื่อสองปีที่แล้ว กับพี่คนหนึ่งในเว็บบอร์ดโลโมกันแบบลับๆ ได้ใจความว่า ฟิล์ม infrared ไม่ได้มีเพียงแค่ขาวดำเท่านั้นแต่ยังมีแบบที่เป็นสีด้วย หรืออีกอย่างที่เรียกว่า EIR (ตัว E ที่ว่าผมไม่ทราบว่าย่อมาจากอะไร) ปัจจุบันฟิล์มตัวนี้มีทั้งขนาด 120mm และ 135mm แต่ได้เลิกผลิตไปแล้ว จะว่าไปแล้วฟิล์มตัวนี้เมื่อก่อน เค้าว่ากันว่ามีเอาไว้สำหรับสำรวจทรัพยากรณ์และสิ่งมีชีวิตในป่า (ถ้าไม่ใช่ค้านได้นะครับ) เพราะเวลาถ่ายโดยไม่ใช้ filter แล้ว เวลาล้างออกมาไม่ว่าใบไม้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสีเขียว จะเปลี่ยนกลายเป็นสีขาวหลังจากสิ้นสุดกระบวนการการล้างในห้องมืดเสร็จสิ้น หลังจากจบบทสนทนาอันยืดยาวแต่ย่อให้สั้นลง ผมก็เริ่มหาข้อมูลต่างๆนาๆจากเว็บไซน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการถ่ายจนถึงแหล่งขายก็พบว่ายังมีขายอยู่ แต่คาดว่าเหลือไม่มากนัก ( ณ ปัจจุบัน เหลืออยู่เจ้าเดียว) ส่วนวิธีการถ่ายนั้นไม่ยากครับแต่ก็เขียนยาวเหมือนกัน ถ้าสนใจสามารถถามหลังไมค์ได้ครับ ; P My Flickr Album : Flickr ปล. กล้องดิจิตอลก็ทำได้นะ : How to make Digital Infrared]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/4738272631/" class="tt-flickr tt-flickr-Medium" title="IMG_0009"><img class="aligncenter" src="http://farm5.static.flickr.com/4135/4738272631_845c99c313.jpg" alt="IMG_0009" width="493" height="500" /></a><br />
คิดว่าจะตั้งชื่อหัวแบบอะไรที่มันสุดๆ แต่ท้ายสุดก็ยังหาคำเปรียบเปรยที่ถูกใจไม่ได้เสียที</p>
<p>จะว่าไปแล้วต้นเหตุของการได้ภาพชุดนี้เกิดจากบทสนทนาเมื่อสองปีที่แล้ว กับพี่คนหนึ่งในเว็บบอร์ดโลโมกันแบบลับๆ ได้ใจความว่า ฟิล์ม infrared ไม่ได้มีเพียงแค่ขาวดำเท่านั้นแต่ยังมีแบบที่เป็นสีด้วย หรืออีกอย่างที่เรียกว่า EIR (ตัว E ที่ว่าผมไม่ทราบว่าย่อมาจากอะไร) ปัจจุบันฟิล์มตัวนี้มีทั้งขนาด 120mm และ 135mm แต่ได้เลิกผลิตไปแล้ว</p>
<p><span id="more-1369"></span><center><img src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/IMAG0545.jpg" title="IMAG0545" width="500" height="299"  /></center></p>
<p>จะว่าไปแล้วฟิล์มตัวนี้เมื่อก่อน เค้าว่ากันว่ามีเอาไว้สำหรับสำรวจทรัพยากรณ์และสิ่งมีชีวิตในป่า (ถ้าไม่ใช่ค้านได้นะครับ) เพราะเวลาถ่ายโดยไม่ใช้ filter แล้ว เวลาล้างออกมาไม่ว่าใบไม้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสีเขียว จะเปลี่ยนกลายเป็นสีขาวหลังจากสิ้นสุดกระบวนการการล้างในห้องมืดเสร็จสิ้น</p>
<p>หลังจากจบบทสนทนาอันยืดยาวแต่ย่อให้สั้นลง ผมก็เริ่มหาข้อมูลต่างๆนาๆจากเว็บไซน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการถ่ายจนถึงแหล่งขายก็พบว่ายังมีขายอยู่ แต่คาดว่าเหลือไม่มากนัก ( ณ ปัจจุบัน เหลืออยู่เจ้าเดียว)</p>
<p>ส่วนวิธีการถ่ายนั้นไม่ยากครับแต่ก็เขียนยาวเหมือนกัน ถ้าสนใจสามารถถามหลังไมค์ได้ครับ ; P</p>
<p>My Flickr Album : <a href="http://www.flickr.com/photos/kakazz/sets/72157624368231144/">Flickr</a></p>
<p>ปล. กล้องดิจิตอลก็ทำได้นะ : <a href="http://www.lifepixel.com/ir-tutorials/nikon-d70-digital-infrared-conversion-instructions.htm">How to make Digital Infrared</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/27/kodak-eir/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>110 &#124; Amphawa ด้วยตาเปล่า</title>
		<link>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/16/amphawa/</link>
		<comments>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/16/amphawa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jun 2010 15:55:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kakazz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kakazz.com/blog/?p=1336</guid>
		<description><![CDATA[อีกครั้ง... กับการที่จะไปไหนแบบปุบปับ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น เพราะอยากจะเดินทางไปอัมพวาด้วยรถไฟฟรีของรัฐบาลแบบชิลๆสักวันนึง การเตรียมตัวแทบไม่ได้วางแผนอะไรกันเลยนอกจากตารางเวลารถไฟที่ไม่ควรจะล่าช้าแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าพลาดอาจจะถึงขั้นนั่งหง่อยรอรถไฟรอบต่อไปก็ว่าได้ ว่าแล้วก็เริ่มเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีวงเวียนใหญ่ตอนเวลา 8.30 น. และก้าวลงเดินที่สถานีมหาชัยตรงตามเวลาอย่างเหลือเชื่อ หลังจากที่รถไฟได้จอดเทียบสถานี พวกเราแทบจะไม่มีเวลาที่จะสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะด้วย ณ เวลานี้รู้แต่เพียงว่าต้องรีบย่ำเท้าเพื่อที่จะไปให้ทันขบวนรถไฟ บ้านแหลม - แม่กลอง ที่ตั้งอยู่อีกฟากของแม่น้ำด้วยเวลาที่เหลืออันน้อยนิด **Note ถ้าหันหน้าเข้าหาท่าเรือมหาชัย ท่าเรือจะมีสองท่า ท่าทางฝั่งซ้ายค่าโดยสาร 5 บาท จะข้ามฟากไปยังสถานีรถไฟบ้านแหลมโดยตรง ส่วนทางขวาไปทางไหนไม่แน่ใจ ค่าโดยสาร 3 บาท และเมื่อข้ามฟากไปแล้วจะต้องนั่งรถรับจ้างไปสถานีรถไฟบ้านแหลม ซึ่งระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร (ชาวบ้านบอกมา) ป้าคนนี้บอกว่านั่งรถไฟไปเที่ยวร่มหุบคนเดียวมาแล้วสองครั้ง พวกเรามาถึงสถานีตอนเวลา 9.50 น. ก่อนการเดินทางจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงรถไฟเทียบชานชาลาพร้อมกับตั๋วรถไฟฟรีที่อยู่กับมือ นาเกลือ ไม่นานนักก็ถึงตลาดร่มหุบ ตลาดเสี่ยงตายที่เค้าล่ำลือกัน กั๊ก : " รถไฟจะมาถึงแค่ไหนครับ " ป้า : " ก็ถึงตรงที่ยืนอยู่น่ะล่ะ ที่ยืนอยู่ก็ไม่รอด ! " [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0005-201x300.jpg" alt="" title="IMG_0005" width="201" height="300" /><img src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0006-180x300.jpg" alt="" title="IMG_0006" width="180" height="300" /></p>
<p>อีกครั้ง... กับการที่จะไปไหนแบบปุบปับ</p>
<p>เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น เพราะอยากจะเดินทางไปอัมพวาด้วยรถไฟฟรีของรัฐบาลแบบชิลๆสักวันนึง การเตรียมตัวแทบไม่ได้วางแผนอะไรกันเลยนอกจากตารางเวลารถไฟที่ไม่ควรจะล่าช้าแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าพลาดอาจจะถึงขั้นนั่งหง่อยรอรถไฟรอบต่อไปก็ว่าได้</p>
<p><span id="more-1336"></span><a href="http://www.kakazz.com/blog/2010/06/16/amphawa/picture-074/" rel="attachment wp-att-1342"><img src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/Picture-074-300x199.jpg" alt="" title="Picture-074" width="300" height="199" class="aligncenter size-medium wp-image-1342" /></a></p>
<p>ว่าแล้วก็เริ่มเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีวงเวียนใหญ่ตอนเวลา 8.30 น. และก้าวลงเดินที่สถานีมหาชัยตรงตามเวลาอย่างเหลือเชื่อ</p>
<p><center><img src="http://farm5.static.flickr.com/4052/4700095581_ea4382abb7.jpg" alt="" /></center></p>
<p>หลังจากที่รถไฟได้จอดเทียบสถานี พวกเราแทบจะไม่มีเวลาที่จะสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะด้วย ณ เวลานี้รู้แต่เพียงว่าต้องรีบย่ำเท้าเพื่อที่จะไปให้ทันขบวนรถไฟ บ้านแหลม - แม่กลอง ที่ตั้งอยู่อีกฟากของแม่น้ำด้วยเวลาที่เหลืออันน้อยนิด</p>
<p>**Note ถ้าหันหน้าเข้าหาท่าเรือมหาชัย ท่าเรือจะมีสองท่า ท่าทางฝั่งซ้ายค่าโดยสาร 5 บาท จะข้ามฟากไปยังสถานีรถไฟบ้านแหลมโดยตรง ส่วนทางขวาไปทางไหนไม่แน่ใจ ค่าโดยสาร 3 บาท และเมื่อข้ามฟากไปแล้วจะต้องนั่งรถรับจ้างไปสถานีรถไฟบ้านแหลม ซึ่งระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร (ชาวบ้านบอกมา)</p>
<p><center><img src="http://farm5.static.flickr.com/4010/4700683970_b1af4cabd4.jpg" alt="" /><br />
ป้าคนนี้บอกว่านั่งรถไฟไปเที่ยวร่มหุบคนเดียวมาแล้วสองครั้ง</p>
<p><img src="http://www.kakazz.com/blog/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0006a.jpg" alt="" /><br />
พวกเรามาถึงสถานีตอนเวลา 9.50 น. ก่อนการเดินทางจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงรถไฟเทียบชานชาลาพร้อมกับตั๋วรถไฟฟรีที่อยู่กับมือ</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4036/4700770530_797ae24c64.jpg" alt="" /><br />
นาเกลือ</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4004/4700146199_a0a11c3a21.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4003/4700152703_1750fdabb9.jpg" alt="" /><br />
ไม่นานนักก็ถึงตลาดร่มหุบ ตลาดเสี่ยงตายที่เค้าล่ำลือกัน</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4072/4703414290_ec601db5f1.jpg" alt="" /><br />
กั๊ก : " รถไฟจะมาถึงแค่ไหนครับ "<br />
ป้า : " ก็ถึงตรงที่ยืนอยู่น่ะล่ะ ที่ยืนอยู่ก็ไม่รอด ! "</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4028/4702783817_6706b195ce.jpg" alt="" /><br />
นั่งปาดเหงื่อ เมื่อรถไฟปาดหน้า</center></p>
<p>การเดินทางจากแม่กลองไปอัมพวา สามารถเดินทางได้ด้วยรถสองแถวแม่กลอง - โรงเจ ที่อยู่ใกล้ๆกับตลาด ค่าโดยสารอยู่ที่คนละ 8 บาท</p>
<p><center><img src="http://farm5.static.flickr.com/4018/4702787329_4351b204ab.jpg" alt="" /><br />
อัมพวา</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4065/4703427820_30a123e148.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4054/4703443432_baa90ae21e.jpg" alt="" /><br />
เหมาเรือชมคลองในราคาเหมาลำคนละ 60 บาท</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4036/4702800273_027756bbaf.jpg" alt="" /><br />
เสามวยทะเล</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4021/4702867057_4475d957b0.jpg" alt="" /><br />
กระต่ายโฮมสเตย์</p>
<p><img src="http://farm5.static.flickr.com/4032/4703513926_6be63e083f.jpg" alt="" /><br />
อัมพวาในตอนเย็น</p>
<p><img src="http://farm2.static.flickr.com/1297/4703530956_9bb7b4f1ec.jpg" alt="" /><br />
กินก่อนกลับ</center></p>
<p>หลังจากที่ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันกับการเดินทางที่ร้อนแบบสนุกๆ ก็กำลังจะจบลงด้วยรถตู้ อัมพวา - อนุเสาวรีย์ คนละ 80 บาท พร้อมกับคำถามที่ว่า ...ครั้งต่อไปจะไปไหนดีนะ ; p</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kakazz.com/blog/2010/06/16/amphawa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

