113 | Vietnam again ตอนที่ 2
1 พฤษภาคม 2553
รถไฟเทียบชานชาลาของสถานีเลาไกแบบชนิดไม่ทันตั้งตัวตอนเวลาประมาณตีสี่ ขณะที่ก้าวเท้าจากขั้นบันไดลงเหยียบพื้นดินก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นกว่าเมืองฮานอยอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยอุณภูมิที่ประมาณ 18-21 องศา (ในไทยประมาณ 36 องศาได้)
นับตั้งแต่ย่างก้าวลงจากรถไฟด้วยความชุลมุนวุ่นวายของนายหน้ารถตู้ที่ตรงดิ่งเข้ามาเสนอราคาต่างๆนานาๆ จนในที่สุดก็มีฮีโล่เดินมาพร้อมส่งเสียงอันแสนไพรเราะมาว่า ไปซาปา 30,000 vnd
เราต้องรอให้คนนั่งเต็มรถอีกประมาณ 1 ชั่วโมง บวกกับเวลาขับรถอีก 50 นาทีโดยประมาณ ด้วยเส้นทางที่แสนจะคดเคี้ยวที่จะเรียกได้ว่าเป็นน้องๆของเส้นทาง " หลวงพระบาง - วังเวียง " เลยก็ว่าได้ ...และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้คนข้างๆ ชาวเวียดนามที่มาพร้อมกับแฟนสาว เริ่มมีอาการอยากบิ้วให้คนรอบข้างอยากมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมบางอย่างด้วยความสมัครใจก่อนถึงเมืองซาปากลางหุบเขาด้วยความระทึก
รถตู้ได้หยุดจอดหลังจากเหตุการณ์สุดสยองได้ผ่านไป เหลือเพียงแค่ก้าวขาลงจากรถตู้ตอนประมาณ 7 โมงเช้า
สิ่งแรกที่สัมผัสได้คืออากาศที่เย็นพร้อมกับสายหมอกบางๆที่เกือบจะหายไปพร้อมแสงแดด และเกร้อ ชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมกับราคาที่พักแบบมิตรภาพว่า " เทศกาลแบบนี้หาห้องพักได้ยาก "
หลังจากที่ต่อรองกันอยู่นานก็ได้ราคาสำหรับห้องพัก 1คืน/1ห้อง/4คน + พัก Home Stay กลางหุบเขาที่ TaVan Village 1คืน ในราคา 135$ และ 100$ สำหรับราคาในการเดินทางด้วยรถ 4 wheel ไปตลาด Buc Ha ที่เราจะต้องกลับไปตั้งต้นที่เลาไกและขับต่อไปอีกเป็นระยะทาง 38 กิโลเมตร รวมแล้วไปกลับเป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมง

บรรยากาศตอนเช้าหลังห้องพัก
ร้านขายเครื่องเทศ
ร้านขายเนื้อตากแห้ง
" Hey ! My Friend " คือเทคนิคการขายของแบบน่ารักๆที่ได้ผล
สวนสาธารณะใกล้ๆ ที่ในช่วงหน้าหนาวจะเต็มไปด้วยหมอก
ภาพจากมุมสูงแต่ไม่ที่สุด
ลานกิจกรรมที่บังเอิญช่วงที่ไป มีกิจกรรมทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาสองวัน
การละเล่นที่ใครๆก็รู้จัก

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที เมืองทั้งเมืองก็ถูกอ้อมล้อมไปด้วยหมอก
2 พฤษภาคม 2553
เช้าวันใหม่ที่แสนหนาวพร้อมกับสายหมอกที่จับตัวเป็นกลุ่มก้อน ด้วยอุณหภูมิที่15 องศาโดยประมาณ
การเดินทางฝ่าสายหมอกที่ความเร็ว 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงกับทางคตเคี้ยวแบบไม่มีเส้นแบ่งถนน
เลยออกมานอกเมืองเลาไกเจอเค้าทำสันภูเขาป้องกันดินถล่ม
ถึงตลาด Bac ha ในช่วงเที่ยงๆ
เด็กน้อยน่ารัก แต่เบลอ
ชาวบ้านจะมารวมตัวเล่นดนตรีกัน
ตลาดที่นี่ขายทุกอย่าง
ควายก็ขาย
คนซื้อม้า
คนขายม้า
คนขายหมู
คนขายหมา
งานบวชที่วัดใกล้ๆกับตลาด
เค้าว่ากันว่าตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของชาวเขาเผ่าต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ และหลังจากที่สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวเขาที่หนึ่งอาทิตย์จะมีตลาดนี้สักหนึ่งครั้งแบบฉาบฉวยก่อนที่จะมืด พวกเราก็ต้องกลับไปตั้งต้นกันใหม่ที่ซาปาและเตรียมตัวเดินทางไป TaVan Village เพื่อจะเดินเขาในตอนเช้าของวันถัดไป
// จบการเดินทางของวันที่ 2 ...โปรติดตามตอนต่อไป ; p
ปล.ทริปนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่ระหว่างทาง แถมดองซะอืดเลย



















