107 | Vietnam Again (intro)

หลังจากกลับจากเวียดนามมาได้เกือบหนึ่งเดือน ก็หาช่วงเวลาดีๆมานั่งเขียนประสบการณ์จากการไปเที่ยวเวียดนามครั้งที่สองได้เสียที ทั้งที่จริงๆแล้วผมเองก็ยังไม่ได้เขียนเล่าประสบการณ์การเดินทางจากครั้งแรก ผมเลยจะขอรวบยอดในลักษณะคำแนะนำบวกกับรูปภาพและข้อมูลการเดินทางที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะแบคแพคกิ้งท่านอื่นๆที่กำลังเตรีียมตัวจะเดินทาง
การเดินทางไปเวียดนามครั้งแรกเมื่อสองปีที่แล้ว ผมเดินทางด้วยสายการบิน Air France (Boeing 747) ด้วยวิธีการจองล่วงหน้าก่อนการเดินทางแค่ 3 วันในราคาประมาณ 6000 บาท สำหรับไปกลับต่อคน ด้วยเหตุผลที่ว่า ณ เวลาที่อยากไปตอนนั้นไม่มีสายการบินไหนที่จะถูกไปกว่านี้แล้ว ส่วนการเดินทางครั้งที่สองเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเดินทางด้วย Air Asia (Boeing 737) ที่จองล่วงหน้ากันครึ่งปีด้วยโปรโมชั่นที่นั่งศูนย์บาท แต่ผมจองช้าไปหนึ่งวันเลยได้ราคาที่ 2900 บาท สำหรับไปกลับต่อคน
ด้วยราคาที่ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้นคุณภาพกับความพึ่งพอใจจึงต้องต่างกัน แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเพราะสุดท้ายต่างก็ไปถึงเป้าหมายพร้อมกันอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก
การแลกเงิน
สิ่งแรกที่จะชี้ให้เห็นชัดๆ คือเรื่องการแลกเงิน จากที่ผมได้หาข้อมูลและอ่านบทความตามเว็บไซน์ต่างๆได้แบ่งออกเป็นสองข้อใหญ่ๆคือ
1. ให้แลกเป็นเงิน usd ก่อนแล้วค่อยไปแลก vnd ที่สนามบิน
2. เอาเงินไทยไปแลกที่สนามบินนอยไบเลย
ผมจะขอสรุปว่าการนำ usd ไปแลก vnd ที่เวียดนามจะได้เรทที่ดีกว่าเพราะว่า ที่นั่นโดยส่วนใหญ่ไม่รับเงินไทย และส่วนน้อย(มาก)ยอมรับแลกเงินไทย ซึ่งเท่าที่เจอมามีแค่บริษัทเดียวในสนามบินนอยไบที่รับเงินไทยด้วยเรทที่ 1 : 500 ( บาท : ดอง )* แต่ถ้าเอา usd จากไทยไปแลกจะได้ที่ประมาณ 1 : 600 ( บาท : ดอง )*
*อัตราการแลกเงิน ณ วันที่ 30 เมษายน ปี 2553

เรื่องการเดินทางในเวียดนาม
มีหลากหลายวิธี แต่ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าการเดินทางด้วย Taxi ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด แต่ถ้าจะเดินทางด้วยรถเมล์ควรจะศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนหรืออาจจะซื้อแผนที่จากในสนามบินเลยก็ได้
ดังนั้นผมจะสรุปการเดินทางด้วยวิธีต่างๆ จากประสบการณ์เป็นข้อๆเพื่อเป็นการระวัง
การเดินทางด้วย Taxi
1. Taxi ที่เวียดนามจะไม่เหมือนกับบ้านเราตรงที่จะเริ่มคิดค่าบริการต่อกิโลเมตรตามขนาดของรถที่ให้บริการ ยิ่งราคาถูก ตัวรถก็จะยิ่งเล็กและเก่าตามสภาพ โดยปกติราคาที่ให้บริการ จะเริ่มตั้งแต่ 7500 9000 9300 10000 12000 vnd เป็นต้นไปตามขนาดรถ คูณกับระยะทางที่เป็นหน่วยกิโลเมตร และจุดข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ กรณีที่เราขึ้นรถขนาดเล็กที่มีราคาที่ถูกที่สุดอยู่ 7500 vnd แต่ถ้าเราสังเกตให้ดี ตรงที่มิเตอร์แล้วตัวเลขที่ว่านั้นจะกลายเป็น 7.5 vnd แทน
2. การต่อรองเป็นหนทางที่ดี แต่จะใช้ได้น้อยมาก เพราะที่นั่นเค้ามีกฏหมายเกี่ยวกับการเปิดมิเตอร์ แต่จากประสบการณ์ไม่เคยเหมาได้เลยสักครั้งยกเว้นคิว Taxi ที่สนามบิน (ต้องเดินออกมาหน่อย)
3. คนขับ Taxi ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ทางที่ดีควรมีรูป หรือแผนที่โชว์ให้เค้าดู
4. ' ระวังโดนพาอ้อม ' เป็นคำเตือนที่สามารถเห็นได้ตามเว็บไซน์ต่างๆ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ยังไม่เคยโดน ( หรือไม่รู้นะ ; P )
5. ไม่ว่าจะขึ้นคันไหน ก็อย่าหวังว่าจะเปิดแอร์ ยกเว้น...
6. ' ระวัง Taxi VIP ' อันนี้เป็นอันซีนและอันตรายต่อกระเป๋าตังมาก ไม่เคยเจอบทความที่ไหนมาก่อน ( หรือไม่ก็หาไม่เจอ ) โดย Taxi ชนิดนี้จะสามารถเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ยอดฮิตต่างๆ จุดสังเกตคือ รถจะเป็นคันที่ค่อนข้างใหญ่และใหม่ โลโก้จะเป็นลักษณะเป็นเส้นขีดๆในแนวตั้งสามเส้น ส่วนการบริการจะพิเศษกว่า Taxi ยี่ห้ออื่นๆอย่างเห็นได้ชัดคือ มีเบาะพรมนุ่มๆไว้รองนั่ง มีบริการเปิดปิดประตู เปิดเพลงสากล พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก และที่สำคัญคือ มีแอร์ ส่วนค่าบริการจะเริ่มต้นที่กิโลเมตรละ 100000 vnd หรือกิโลเมตรละ 200 บาท

รูปร่างรถจะประมาณนี้

โลโก้จะประมาณนี้
การเดินทางด้วยรถเมล์
การเดินทางด้วยรถเมล์เป็นการเดินทางที่ประหยัดและอาจจะถูกใจหลายๆคน แต่จากประสบการณ์มีหลายๆอย่างที่อยากจะแนะนำคือ
1. ศึกษาเส้นทางให้ดีก่อน ทางทีดีควรมีแผนที่ที่บอกเส้นทางการเดินรถ
2. พึงระลึกว่าคนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ดังนั้นควรเอารูปสถานที่หรือปริ้นประโยคภาษาเวียดนามที่ใช้บ่อยๆ เพื่อง่ายต่อการสื่อสาร
3. ระวังกระเป๋ารถมั่วขอเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา จากประสบการณ์ ค่าตั๋วปกติอยู่ที่ 5000 vnd สำหรับรถสาย 17 ที่วิ่งจากตัวเมืองฮานอยไปนอยไบ แต่กระเป๋ารถขอเก็บคนละ 2 usd
4. ที่เวียดนามมีระเบียบในการขึ้นและลงรถเมล์มาก โดยเวลาขึ้นจะขึ้นทางประตูที่อยู่ส่วนข้างหน้าของรถ ส่วนเวลาลงจะลงตรงประตูที่อยู่ตรงกลางตัวรถ
รถสามล้อถีบ
ส่วนใหญ่สามารถพบได้ตามตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยว เราสามารถเหมารถเที่ยวรอบย่าน Old Quarter ได้และราคาที่เสนอเรามา ยังสามารถลดได้ถึง 50-80%

มุมมองจากรถสามล้อปั่น (เทหน้า) ลมเย็นสบายๆชิลๆ
การเดินทางด้วยรถไฟ
การเดินทางไปยังเมืองอื่นๆด้วยรถไฟถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะถ้าเลือกเดินทางในช่วงกลางคืนและไปถึงที่หมายในตอนเช้า ถือว่าเป็นการประหยัดค่าโรงแรมได้ดีทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รถไฟที่เวียดนามได้แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ ตู้ของเอกชนและตู้ของรัฐบาล ซึ่งถ้าเป็นตู้ของเอกชนจะไม่สามารถจองหรือซื้อได้ที่สถานี แต่ต้องจองผ่านเอเจนซี่หรือตัวแทนนายหน้าต่างๆตามโรงแรม ซึ่งราคาควรศึกษามาให้ดีและจะได้เป็นข้อมูลในการต่อรองราคา
ประเภทของขบวนรถไฟมีอยู่สองชนิด คือ ขบวนรถปกติ หรือ LC ( Local Train ) และ ขบวนรถเร็ว หรือ SP ( Speed Train ) ซึ่งทั้งสองชนิดจะมีตู้ของเอกชนและของรัฐบาลรวมอยู่ในขบวนเดียวกัน โดยแต่ละขบวนจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามเวลาที่ออก* เช่น SP3 SP7 LC1 LC3
*ในช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดยาวจะมีขบวน SP1,2,3,4,7,8 และ LC1,2,3,4 แต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลอาจจะมีการเพิ่มจำนวนรอบเป็น SP9,10 หรือ LC5,6 ...ถ้าเจอในกรณีแบบนี้ไม่ต้องตกใจ
ืNote : ในกรณีที่จะเดินทางไป Sapa สามารถดูตารางรถไฟและตัวอย่างห้องได้ที่ : Train Schedule (อย่าดูราคาเพราะแพงมาก)

ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ตอนซื้อตั๋ว ตู้รถไฟเอกชนหรือกับตัวแทนนายหน้าตามโรงแรม
1. ตกลงเรื่องเวลาให้ดีว่าจะกลับวันไหน ตอนไหน เวลาไหน ห้องแบบไหน ตู้อะไร ขบวนอะไร
2. ตู้นอนมีทั้งแบบ Hard หรือที่นอนชนิดแข็ง และแบบ Soft หรือที่นอนชนิดนุ่ม ส่วนราคาก็จะแตกต่างกันไป
3. มีทั้งห้องแบบ 4 และ 6 ที่นอน ส่วนราคาก็จะแตกต่างกันไป
4. ควรจะถามให้ดีว่าราคานี้รวมอะไรบ้าง มีรถรับส่งหรือเปล่า
5. ถ้าซื้อตั๋ว ตู้ของรัฐจะมีแต่ที่นั่ง Hard หรือที่นั่งแบบไม้ และแบบ soft หรือแบบมีเบาะ
6. ตอนที่ไปถามที่สถานนีมา ตู้ของรัฐ มีตู้นอนด้วยแต่เป็นแบบ Hard ชนิด 6 ที่นอนต่อห้อง
7. ตู้ LC จอดบ่อยมาก โยกเย้กมากกว่าตู้ SP ใครเมารถง่ายควรพกยาแก้เมาไว้ด้วย
8. ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกจองห้องที่อยู่ตรงกลางตู้ เพราะตู้จะได้ไม่โยกเย้กมาก
การเดินเท้าในตัวเมือง
เป็นการเดินทางที่แสนจะประหยัด แต่ก็ควรจะระวังเรื่องการข้ามถนน เพราะที่เวียดนามรถวิ่งคนละฝั่งกับประเทศไทย ส่วนเรื่องการข้ามถนน สำหรับคนไทยแล้วเป็นเรื่องที่น่ากลัวและตื่นเต้นมิใช่น้อย ( ผมเองก็เกือบโดนรถชน ) เพราะโดยส่วนมากถนนจะเป็นวันเวย์รถจึงขับด้วยความเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเดินข้ามถนนแบบช้าๆเดินไปเรื่อยๆไม่เงอะงะ แล้วรถเค้าจะขับหลบเราเอง
การซื้อทัวร์ไปตามสถานที่ต่างๆด้วยรถตู้
สำหรับผู้ที่มีงบในการเดินทางและอยากสะดวกสบาย การซื้อทัวร์ไปตามเมืองต่างๆเป็นสิ่งที่ดีแต่เราต้องถามให้แน่ใจก่อนว่าราคาที่เราตกลงกันนั้นมีบริการอะไรรวมอยู่ในนั้นบ้าง เช่น อาหาร น้ำ พายเรือ หรือกิจกรรมอื่นๆ และสิ่งที่สำคัญคือควรถามเรื่องวัน เวลา ให้ชัดเจน

เรื่องอื่นๆ จะขอสรุปเป็นข้อๆสั้นๆ
1. ถ้าซื้อทัวร์ไปตามสถานที่ต่างๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าเค้าจะพาเราไปทำอะไรหรือยื่นสิ่งของอะไรให้ควรถามก่อนว่าฟรีหรือเปล่า
2. การใช้ชีวิตในตัวเมืองฮานอยแบบประหยัดคือ ให้ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่มีลักษณะเหมือนร้านสะดวกซื้อที่ติดแอร์ตามบ้านเรา หรือไม่ก็ตามซุปเปอร์ในห้างใหญ่ๆ เพราะที่เหล่านั้นราคาถูกกว่าตามข้างถนนมากถึงเท่าตัว
3. คนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ดังนั้นเวลาซื้อของควรพกเครื่องคิดเลขกับปริ้นรูปประโยคภาษาเวียดนามที่ใช้บ่อยๆไปด้วย
4. เวลาจะตกลงซื้ออะไรควรคิดเลขตามด้วย (เจอบ่อย)
5. การเปิดห้องพักควรถามให้ชัดเจนว่าราคานี้ได้รวม Tax หรือมีค่าบริการอื่นๆนอกจากนี้หรือไม่
6. เวลาจ่ายค่าห้องหรืออะไรก็ตามควรถามก่อนว่าจะจ่ายด้วยเงินสกุลอะไร และลองเปรียบเทียบส่วนต่างของสกุลเงินว่ามากน้อยแค่ไหน
7. การจองดูละครหรืออะไรก็แล้วแต่ควรจะมาจองแต่เช้า โดยเฉพาะหุ่นกระบอกน้ำในกรณีที่อยากถ่ายรูปใกล้ๆ ได้มุมสวยๆ ถึงแม้ว่า 3 แถวหน้าจะเป็นแถว vip แต่ด้วยการจัดวางและสโลปของแถวทำได้ไม่ค่อยดี ทางที่ดีควรเลือกแถวหน้าสุดนะครับ ; )
...เล่นร่ายมาซะยาวเลย จริงๆแล้วไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ควรจะรอบคอบ+ระวังตัวให้ดี และคิดว่าบทความแนะนำเบื้องต้นนี้น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเวียดนามในเวลาอันใกล้นี้นะครับ ส่วนตอนต่อไปจะเป็นการเดินทางที่เวียดนาม ฮานอย - ซาปา ในเร็วๆนี้ล่ะครับ (ทริปไปลาวยังดองไว้เกือบจะปีแล้วนะเนี่ยยยยย)















