105 | Laos ตอนที่ 1
วันที่ 2 ตุลาคม 2552
การเดินทางครั้งนี้เกิดจากการคุยกันทางโทรศัพท์ และตัดสินใจก่อนวันจะไปเพียงแค่ 3 วัน
วันที่ 3 ตุลาคม 2552
ตื่นเช้ามาด้วยการเกาะติดข่าวพยากรณ์อากาศที่จะมีพายุ ป๋าหม่า กำลังจะเข้าฟิลิปิน และสภาพอากาศที่ เวียงจัน วังเวียง แล้วก็หลวงพระบางเป็นระยะ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจกันว่าจะลองจองตั๋วรถทัวร์ผ่านทาง Thaiticketmajor และตอนเย็นออกไปรับตั๋วที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
ตอนไปเอาตั๋วมีปัญหามาก ยุ่งยากสุดๆ ตั้งแต่ สั่งซื้อไปแล้ว(จ่ายเงินไปแล้ว) แต่ระบบไม่ขึ้นว่าซื้อ / พิมพ์ตั๋วไม่ได้ / รหัสบัตรไม่ตรง แล้วก็การใช้ visual visa card ของ kasikorn bank ซึ่งตัวเลขของการ์ดเวลาจ่ายไปมันจะไม่ตรงกับบัตร ต้องยืนพูดอยู่ตั้งนานกว่าจะได้

วันที่ 4 ตุลาคม 2552
ตื่นแต่เช้ามาแพคกระเป๋า เช็คของต่างๆให้พร้อมและดูพยากรณ์อาการแล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเหมือนเดิม


รูปจาก http://www.se-ed.com

ออกเดินทางเพื่อที่จะไปขึ้นรถที่หมอชิตให้ทันก่อน 1ทุ่ม

รถมาตามเวลา แต่ออกช้าเหมือนเดิม
ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งรถก็ออกจากหมอชิต ซึ่งลักษณะรถค่อนข้างผิดหวังมาก เพราะคิดว่ารถพิเศษ 32 ที่นั่งจะเป็นแบะนวด เลยต้องทนนั่งต่อไปอีก 13 ชั่วโมง และระหว่างทางก็จะมีแวะลงไปกินข้ามต้ม บวกกับขนมกล่องให้บนรถ …ลองไปดูกันดีกว่าครับ
วันที่ 5 ตุลาคม 2552

เช้าแล้ว

เรามาดูขนมกล่องกันดีกว่า หน้าตาก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ

ข้างในมีขนมปังทาเนยเลอเปง ชุดกาแฟสำเร็จรูป แล้วก็ผ้าเย็น

วิวทางขวา

วิวทางซ้าย

หมอกเต็มเลย

ถึงเขียงของแล้วก็นั่งตุ๊กๆไปชายแดนคนละ 50 บาท

เพื่อนร่วมเดินทาง

ถึงชายแดนแล้ว

แค่ข้ามไปก็ฝั่งลาวแล้ว !! แต่ก่อนอื่นต้องยื่น passport ก่อน

ขึ้นเรือข้ามฝากคนละ 30 บาท

ฝั่งไทย

นั่นล่ะประเทศไทย

ใบเข้าประเทศลาว

พอทำเรื่องเข้าประเทศกับแลกเงินเสร็จก็เดินมาตามทางจะเจอวินตุ๊กตุ๊ก ก็เหมาไปท่าเรือเร็วอีกคนละ 50 บาท

ตุ๊กตุ๊กลาว แต่ก็มีอะไรที่เป็นไทยๆอยู่

นี่ล่ะคนขับรถของเรา พี่เค้าบอกว่าท่าเรือเร็วเป็นของอาเค้า ถ้าไปซื้อที่ท่าจะถูกกว่า แต่ถ้าจะซื้อที่ชายแดนจะเสียค่านายหน้า 200-300 บาท

ระหว่างทางรับพระไปส่งอีกวัดนึงด้วย ของเยอะเลย

หลังจากนั่งรถมาประมาณ 20 นาทีก็ถึงแท่าเรือเร็วที่ติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ยังมีสัญญาณโทรศัพท์ของไทยอยู่

นี่ล่ะเรือเร็วเข้าหลวงประบางที่เค้าว่าอันตรายกันนัก แต่เราก็จะไปเพื่อความเมามัน
เรือเร็วใช้เวลานั่ง 6 ชั่วโมง ราคาก็ 1300บาทต่อคน ส่วนเรือช้าใช้เวลา 2 วัน 1คืน ราคา 800บาทต่อคน

ตอนแรกคิดว่ามุข แต่นี่คือความจริง พี่เค้าให้ใส่กันลมกระแทกหน้า

หลังจากใส่หมวกกันน็อคกับเสื้อชูชีพแล้ว อย่างกับจะไปรบที่ไหนสักที่แน่ะ

เหลือเชื่อ !! เรือวิ่งเร็วมากยังหลับได้ !!
มาดูความเร็วกันดีกว่า

ระหว่างทางก็แวะเติมแก๊สทุกๆ 40 นาที

เติมกันแบบนี้ล่ะ

เพื่อนร่วมเดินทางไปกับเราตลอดทั้งทริปชื่อแก้วเรียนอยู่มหิดลปี 3 ถ่ายรูปกับถังแก๊สที่เตรียมไว้เผื่อหมดระหว่างทาง

กึกๆๆๆๆๆๆๆๆ

น้ำเชี่ยวขั้นเทพ

แวะเติมอีกแล้ว

เพื่อนร่วมเดินทาง

มาเติมด้วยเหมือนกัน

ผ่านไป 3 ชั่่วโมงก็แวะพักที่ปากเบงกินข้าวเที่ยงตอนประมาณบ่ายสอง (ไม่ได้ถ่ายภาพร้านมาเหะ ลักษณะร้านจะเป็นแพอยู่ริมน้ำ)

เพื่อนร่วมเดินทางชื่อเหลิม (เด็กมหิดล) ขอเนื้อควายทอด !!

พอกินข้าวกันเสร็จก็เริ่มเดินทางกันต่อ เอ๊า ยังสู้อยู่(ตูดเริ่มระบมแล้ว)
คราวนี้เปลี่ยนเรือลำใหม่ ซิ่งกว่าเดิมเพราะใช้น้ำมัน

หนทางยังอีกยาวไกล งานนี้ลืมซันบล๊อค ตัวเกลียมกันทั่วหน้า

เติมน้ำมันอีกแล้ว

พระอาทิตย์เริ่มลาจาก

หลังจากนั่งตัวเกลียมกันอยู่นาน ก็ถึงที่หมายเสียที
(ท่าเรือเร็วอยู่ห่างจากตัวเมือง 10 กว่ากิโลเมตร)

พอเดินขึ้นมาก็เจอวินตุ๊กๆทันที เลยตกลงกันว่าจะเหมาเข้าหลวงพระบางกัน ราคาตกคนละ 140 บาท (มี 7 คน)

ป้ายทะเบียนรถ

เจ็บใจมากหลังจากนั่งรถตุ๊กๆออกมาได้สักพักก็เจอรถเมลล์เข้าหลวงพระบางจอดรออยู่ -”-

แวะเติมน้ำมัน

บิวบอร์ดป้ายแรกที่เจอ ” ประกันชีวิต ”

ถึงแล้วที่พักของเรา อยู่ตรงสี่แยกคอกวัว ชื่อน้ำเหนือ รีสอดแอนสปา
พักกัน 3 คืน ตกคืนละ 1300 บาท

เดินเข้าไปอีกหน่อยล่ะ

ที่พักเราอยู่ชั้นสองนะ

ห้องนอน

มองออกไปข้างนอก

พอเก็บของเสร็จก็รีบออกมาเดินเล่นกันเลย

คนน้อย รถก็น้อย แต่วิ่งเลนส์ขวากัน

ป้ายคนข้ามถนนแนวมาก ถ้าสังเกตดีๆนะภาพจะเป็นผู้หญิงใส่ผ้าถุงเดินข้ามถนน

ร้านขายฟิล์ม

ขอสักหน่อยแล้วกันนะ

บังเอิญมากเมื่อวานเป็นวันออกพรรษา วันนี้ที่ลาวเค้าจะลอยกระทงกัน !!

หาตั้งนาน !! นี่ล่ะถังขยะของที่นี่

ระหว่างเดินไปตลาดมืดเจอคนไทยที่มาอยู่หลวงพระบางเกือบๆสามเดือนบอกว่า ป้อมตำรวจตรงนี้เชี่ยวมากระวังให้ดีๆ

แม่ค้าขายสมูธตี้ร้านนี้อร่อยมาก อยู่ตรงแยกตลาดมืดพอดี

แปปๆก็มืดซะแล้ว เร็วมาก …นี่ชายสี่ลาวล่ะ

ตลาดที่อยู่ใกล้ๆกัน

ข้าวจี่ลาวอร่อยดีนะ : P

ไก่ย่างก็อร่อย มีแต่เนื้อๆ

เข้าใจว่าเป็นล๊อตเตอรี่นะ เห็นขายกันเป็นตับเลย

คนเยอะแยะมากมาย

ตุ๊กๆยามค่ำคืน

เนี่ยล่ะกับข้าวบุฟเฟ่ คุ้มสุดๆแค่ 5000 กีปเอง

วันนี้ไม่มีตลาดมืดพระเค้าเห่เรือกระทงกัน (ดันไม่มีฟิล์ม iso สูงๆเลยอดถ่ายเลย)

ตามวัดจะมีจัดไฟกัน สวยงามมาก

มือสั่นๆ – -”
หลังจากนั้นก็เดินไปดูเค้าลอยกระทงกันที่แม่น้ำ แต่ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายแล้วล่ะครับ มันมืดมากๆ ระหว่างทางก็มีเด็กเล่นพรุกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วที่นี่เล่นกันเถื่อนมากจริงๆ แบบว่าจุดแล้วก็โยนใส่กันเลย บางทีก็เล่นโยนกระจับใส่นักท่องเที่ยว โหสุดๆล่ะ หูอื้อเลย พอหลังจากนั้นสักสามทุ่มได้ก็ต้องแยกเป็นสองกลุ่มเพราะตัวผมเองดันปวดท้องอึต้องกลับที่พักโดยด่วน ส่วนเพื่อนที่เจอกันระหว่างเดินทาง (หมอมหิดล 3คน) จะไปผับที่อยู่นอกตัวเมืองไปอีก 5 กิโลเมตร เลยนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้จะไปน้ำตกที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กม.กันแต่เช้า
ปล. ขอจบตอนแรกไว้เพียงแค่นี้ก่อน แล้วผมจะกลับมาอัพตอนที่สองใหม่แล้วกัน













แหม ปูเสื่อรอตอนหน้านะครับ :3
ถ่ายด้วย LCA ทั้งนั้นเลยหรอ เห็นมีขอบดำๆ
ไม่ทั้งหมดนะปนๆกันไป รูปไหนคอนทราดจัดๆ ขอบดำๆก็ LCA น่ะล่ะ